แล้วก็มาถึง 3 ก.ค.2554 เสียทีกับวันตบกะโหลก..... เอ๊ย... วันเลือกตั้ง สส. นายบอนโผล่ไปที่หน้าตลาดโต้รุ่ง ที่เ็ป็นประรำชั่วคราว หรือ เต็นท์ริมถนน ที่จัดเป็นคูหาเลือกตั้งเหมือนทุกครั้ง
เข้าไปดูรายชื่อ มีเด็กนักเรียนในชุดลูกเสือ 2 คน ยืนให้บริการเปิดรายชื่อให้ดู แค่คนที่มาเลือกตั้ง บอกบ้านเลขที่ เด็กก็จะเปิดหาให้ จำหมายเลขแล้วไปเข้าแถวยื่นบัตรประชาชน บอกลำดับหมายเลขให้เจ้าหน้าที่ขานชื่อ แล้วเซ็นต์ชื่อรับบัตร 2 ใบ แล้วเข้าคูหาไปกากบาทลงคะแนน มองไปรอบๆในเต็นท์ มีตัวแทนพรรคการเมือง ใส่เสื้อที่มีโลโก้ของพรรค มานั่งประจำเป็นสักขีพยาน บางคนบอกว่า นี่เป็นการมาเฝ้าหีบเลือกตั้งไม่ให้คลาดสายตา เฝ้าหีบจนนับคะแนนเสร็จ
ระหว่างเข้าแถวรอรับบัตร ในคูหาเลือกตั้ง คนที่เข้าคู่หาก็กาเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบกันไป จู่ๆ คอกที่กั้นคูหาอันหนึ่งก็พังลงมา เสีัยงดังโครม นึกว่าเกิดลางร้ายซะแล้ว แต่ที่แท้ เด็กเล็กที่เป็นลูกของคนที่มาลงคะแนน ตามพ่อเข้าไปในคูหา ไปเล่นที่โต๊ะข้างๆ ที่ยังไม่มีคนเข้ามาลงคะแนน มือไปดันคอกเหล็กจนหลุดจากขอบโต๊ะ หล่นลงมา เจ้าหน้าที่รีบไปเอาคอกขึ้นมาตั้งเหมือนเดิม นี่ถ้ามีนักข่าวอยู่แถวนั้น คงรายงานข่าวไปแล้ว
ดูข่าวเลือกตั้งในทีวี แค่คนดัง นักการเมือง หัวหน้าพรรค ออกมาลงคะแนน ก็เป็นข่าวซะแล้วว่า ไปลงคะแนนตอนไหน กี่โมง ใส่เสื้อสีอะไร เป็นเคล็ดหรือเปล่า ทำไมถึงใส่เสื้อสีนี้ แล้วเขาคนนั้น ทำหน้ายังไงก่อนเข้าคูหา พูดอะไรมั่ง หลังเลือกตั้งแล้ว มีสีหน้ายังไง ทำท่ายังไงมั่ง แหม รายงงานละเอียดจริงๆ ถ้าคนดังเหล่านี้ ตด หรือ ผายลมออกมา ก็คงเป็นข่าวอีกล่ะมั้ง ว่า ตดเสียงดังกี่ครั้ง !!!!
ทีชาวบ้านคนธรรมดาไปลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่เ้ห็นนักข่าวมารายงานข่าวแบบนี้มั้ง
เมื่อถึงคิวที่นายบอนรับบัตรมาตามขั้นตอน ก็เดินเข้าคูหาไปกากบาท ครั้งนี้เลือกง่ายจริงๆ ก่อนเข้าคูหา ก็ดูป้ายประกาศว่า มีผู้สมัคร สส. ใครบ้าง ก็เป็นพรรคที่รู้จักกันดี ไม่กี่พรรค ดูชื่อคน ชื่อพรรคแล้ว เออ ง่ายดี กากบาทตรงมุมขวาล่างสุด ช่องสุดท้ายของบัตรทั้งสองใบทันที พับกระดาษตามรอยแล้วก็ออกมา หย่อนบัตรลงในกล่องตามที่เจ้าหน้าที่ประจำเต็นท์บอกว่า สีไหน หย่อนใส่กล่องไหน... เออ ใช้เวลาเกิน 4 วินาทีซะด้วย


เหลียวมองดูคูหาที่ยังไม่ออกมา 2 คนที่อยู่ในคูหา อ้าว พี่ๆเข้ามาลงคะแนนก่อนผมอีก ยังไม่ออกมาเลย สงสัยคงจะคิดหนักว่าจะกาเบอร์ไหนดี แต่สักครู่พี่ทั้งสอง ก็เดินออกมาตามช่องทางที่จัดให้เดินออกจากเต็นท์ ออกมาก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่กำลังแนะนำคุุณยายคนหนึ่งว่า บัตรเลือกตั้งเป็นแบบนี้นะ มีช่องว่างให้กากบาทแบบนี้ เข้าคูหาจะได้บัตรแบบนี้ แต่ไม่ใช่สีอย่างที่ติดนี้ อันนี้เป็นตัวอย่าง
ดูสีหน้าคุณยายงงๆ คุณยายพยายามถามให้เข้าใจ นี่คงเป็นความกังวลของพรรคที่ี่ชูนิ้วชี้นิ้วเดียว กลัวคนจะกาผิดช่้องไปกาตรงโลโก้ของพรรค ไม่ได้กาลงในช่องที่ให้กากบาท เลยได้เห็นป้ายหาเสียงเวอร์ชั่นล่าสุดของพรรคนี้ บอกให้กากบาทตรงหลังชื่อพรรค....... เท่านั้น ไม่งั้นกาผิดชองบัตรเสียเป็นล้านๆใบแน่นอน
ดูท่าทางแล้ว มีแนวโน้มว่าจะเป็นแบบนั้นซะัด้วย คุณยายยังงงๆ ว่าตกลง บัตรไม่ใช่แบบที่เห็น แล้วจะต้องกาตรงไหนกันแน่ กระแสโพลของพรรคที่ชูนิ้วชี้นิ้วเดียว ที่ว่ามาแรง ถ้าคนกาผิดช่อง จนบัตรเสียมีเยอะ ก็ช่วยไม่ได้นะ หุหุหุ
วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
บันทึกไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ประรำชั่วคราว ตลาดโต้รุ่งกาฬสินธุ์ 3 กค2554
เรื่องบาดหมางค้างคาใจ ที่ต้องแยกเรื่องส่วนตัว หรือต้องแยกทาง ??
คนเรามีความเครียด ความกดดันต่างกัน เรื่องบางเรื่องที่อาจดูไม่สำคัญ แต่อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครบางคน ถ้าหากเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ใครบางคนไม่พอใจ ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องเกิดขึ้นอย่างนั้น และหลายอย่าง ยังไม่มีความชัดเจน เขาคนนั้นย่อมจะเกิดความรู้สึก ไม่พอใจ มีความเชื่ออย่างนั้นตลอดไป
เมื่อนายบอน ปากเสีย ไปทำให้ญาติของหัวหน้ากลุ่ม (..ที่มีเป้าหมายเผยแพร่เรื่องราวของในหลวง ) เกิดความไม่พอใจ เพราะไปคุยกับแฟนสาวของเขา ซึ่งคุยกันแบบเพื่อน แบบตรงไปตรงมามากเิกินไปหน่อย จนบางถ้อยคำไปสะเทือนความรู้สึกของเขา และเธอ ซึ่งเธอมักจะโทรศัพท์ไปเล่าให้ฝ่ายชาย (ญาติหัวหน้ากลุ่ม) ฟังอยู่เสมอ
หลังจากที่ฝ่ายหญิง คาใจ คับข้องใจ วันหนึ่งจึงขอถามตรงๆใน facebook ว่า ที่พูดประเด็นที่สะเทือนความรู้สึกนั้น คิดแบบนั้นจริงๆหรือ คุณรู้จักตัวฉันดีแค่ไหน หลังจากใช้เวลาพูดคุยทางออนไลน์จนเข้าใจ นายบอนก็ขอโทษตรงๆที่พูดแรงไป เธอมีท่าทีให้อภัย
อีก 1 สัปดาห์ต่อมา ผ่ายชายก็เขียนข้อความส่งมาบอกตรงๆว่า ไม่พอใจ ที่นายบอนพูดกับแฟนสาวของเขาอย่างนั้นและยังบังอาจ เขียนในบันทึกส่วนตัว สรุปเอาเอง ว่าฝ่ายชายเป็นแบบนั้น.....
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
xาxxx xxxxxxxง
01 กรกฎาคม xาxxx xxxxxxxง
หวัดดีบอน แปลกใจใช่มะที่ผมเข้ามาคุยด้วยผมมีหลายเรื่องน๊ะที่อยากคุยกับบอน จริงๆแล้วจะเรียกว่าคุยก็ไม่ค่อยถูกนักมันเป็นเรื่องที่เราจะต้องคุยกันแบบลูกผู้ชายนะ.....เรื่องแรกผมขอถามบอนหน่อยนะว่าที่ผ่านๆมาผมไปทำอะไรให้เจ็บช้ำน้ำใจบอนหรือหรือว่าผึ้งไปทำอะไร ผมขอบอกบอนตรงๆว่าที่อะไรๆที่ว่าบอนรู้มาจากแฟนบอน(คxx)มันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง เรื่องผมกับแฟนบอนนั่นหนะมันจบไปนานแล้วแต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังไม่จบ ผมไม่เคยตอบโต้คxxหรือรxx สักครั้งเดียวเพราะผมรู้ว่าคนๆนี้ไม่เคยจริงใจกับใครเลย ทุกอย่างเค้ารู้ตัวเองเค้าดีขนาดเค้ามีแฟนอยู่(ซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่)เค้าเคยเล่าให้บอนฟังมั่งมั้ย ถามจริงเหอะผมไม่เคยมีอคติกับบอนเลยน๊ะแต่การกระทำของบอนกับผมและผึ้งมันเป็นเรื่องที่ต้องมาคุยกันน๊ะ บอนบอกว่าเป็นเพราะผมและผึ้งทำให้เพื่อนบอนสองคนไม่กล้าเข้ามาในกลุ่มนี้ผมรู้ดีน๊ะ แต่ผมขอบอกก่อนผมรู้จักสองคนนี้ดีพอผมรู้ว่าใครนิสัยยังงัย แบบศxxเนี่ยเค้าไม่ค่อยสนใจหรอกผมขอบอกตามตรง แต่คxxx เนี่ยผมบอกตรงๆว่าสาเหตุเลยหละคนๆนี้เค้าจะหว่านล้อมจนให้เราเชื่อ ผมบอกตามตรงเลยน๊ะว่าขนาดน้องๆในเฟกเนี่ยมาบอกเล่าให้ผมฟังอยู่ตลอดว่าตัวพวกเค้าเองก็โดนผู้หญิงคนเนี้ยตื้ออยู่บ่อยๆ บอกตรงๆบอนน๊ะยังอ่อนหัดต่อโลกถึงบอนจะเขียนบทความ แต่การมองโลกที่แท้จริงบอนยังไม่รู้จักโลกแห่งความจริงซักนิดไม่รู้น๊ะบอนต้องเข้าใจให้มากกว่านี้อย่ามองมุมเดียวต้องมีความอดกลั้นมีการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้และความเป็นไปไม่ได้ ต้องมีสติและวิจารณญานที่จะวิเคราะห์เหตุผล ผมขอบอกว่าในกลุ่มแXXเนี่ยมีแค่บอนเท่านั้นแหละที่ยังไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้ ทุกคนที่คบหากันมารุ่นก่อนๆจะรู้เรื่องของคxxxดีพอ ผมไม่รู้น๊ะว่าบอนมีความสัมพันธ์กับคxxxขนาดไหนแต่ผมก็ไม่เคยคิดจะห้ามบอนหรือพูดกับบอนเรื่องของคxxx เพราะว่าผมมองบอนว่าบอนคงดูนิสัยคxxx ออก แต่ว่าผมคิดผิด... ไม่รู้น๊ะเพราะว่าอะไรเหรอ บอน กาฬสินธุ์ ที่ผมรู้สึกชื่นชมมานานจึงมาเป็นเช่นนี้ ความใคร่มันปกปิด ความมีสติและความนึกคิดไปหมดเลยเหรองัย ผมขอบอกตรงๆนะบอนผมเห็นบทความที่บอนเขียนซึ่งผมกลายเป็นตัวละครอยู่ ผมไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้บอนคิดอย่างนั้น เพราะอะไร...แต่ผมขอบอกเลยว่าบอนเองยังรู้จักผมเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น อย่าเพิ่งวิเคราะห์ตีความไปเป็นอื่น เด๋วจะเสียคนน๊ะ....ทุกอย่างมันมีเรื่องจริงอยู่อย่าฟังความข้างเดียว อีกเรื่องนึงนะเรื่องบอนมาต่อว่าผึ้งหลายๆอย่าง อย่างนี้มันไม่ถูกต้องนะแล้วผมขอร้องบอนอย่างหนึ่งอย่ามายุ่งวุ่นวายกับผึ้งอีก ได้หรือเปล่าผมก็รักของผมอยู่ แล้วขอบอกตามตรงน๊ะผึ้งกับผมเนี่ยเราไม่มีอะไรปิดบังกัน โปรดเข้าใจด้วยน๊ะ
ขอบคุณมากที่เสียเวลามาอ่าน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
.......... นายบอนก็ตอบไปว่า บันทึกที่เขียนเป็นการเล่าเรื่อง สรุปถึงคนที่มีพฤติกรรมแบบนั้น คือ ทั้งฝ่ายชายและเพื่อนอีกคนของนายบอน ไม่ได้เจาะลึกลงไปในรายละเอียดและอีกหลายข้อความที่ได้อ่าน อ่านแล้วก็ตอบไปตรงๆว่า ผมไม่ได้คิดจะจีบ หรือคิดแบบชู้สาวกับแฟนของพี่นะ รู้สึกมีความเป็นกันเองเหมือนเพื่อนที่คุยกันได้ แ้ล้วก็ Copy ข้อความที่คุยกัน ส่งให้พี่เขาได้อ่าน (ถ้าต้องการอ่าน) แต่ข้อความยาวเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะอ่านหรือเปล่า แต่คาดว่า คงไม่เป็นที่พอใจ และน่าจะทำให้หงุดหงิืด เสียความรู้สึกมากขึ้น ที่บังอาจไปต่อปากต่อคำ
ในความรู้ึสึกของคนทั่วไป ถ้าปักในเชื่อเรื่องไหนแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนความเชื่อนั้น ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนรัก สิ่งที่คนรักเล่าให้ฟังเืมื่่อสัปดาห์ก่อน เขาก็ต้องเชื่อคนรัก แต่สัปดาห์ต่อมา เมื่อคุย จนเคลียร์สิ่งที่คาใจกับฝ่ายหญิง คาดว่า ฝ่ายหญิงคงไม่ได้เล่าให้ฝ่ายชายฟัง แล้วฝ่ายชายมาเปิดอ่านเจอบันทึกส่วนตัว แล้วเกิดความไม่พอใจอีก ยิ่งเกิดความคาใจมากขึ้น เกิดความรู้ึสึกทางลบมากขึ้น
อันที่จริง บันทึกที่เขียนไป เป็นการสรุปเล่าเรื่องกว้างๆ บางส่วนเป็นเรื่องที่ตรงกับพี่เขา แต่อีกหลายประเด็น ไม่ใช่ เพราะเป็นพฤติกรรมของคนอื่นที่่นำมารวมไว้ และบันทึกก็ไม่ได้เขียนระบุชื่อใครไว้ แต่ทำให้พี่เขา เชื่อว่า เรามีอคติ ไปพอใจเขา จึงเขียนไปแบบนั้น
เมื่อไม่พอใจ คาใจกัน แค่เห็นหน้าก็คงหงุดหงิดทันที แล้วใครจะอยากโผล่ไปให้เห็นหน้า หรือไปร่วมงานด้วย
หลังจากได้ชี้แจงด้วยการส่งทางข้อความส่วนตัวใน facebook ไปแล้ว พี่เขาไม่ตอบอะไรกลับมา ไม่มีใครรู้ว่า พี่เขาไม่พอใจ หรือ ไม่ถือสาหาความ หรือคิดแบบไหน
..เอ้า ตัดปัญหา ไปตามเส้นทางชีวิตของตัวเองดีกว่า กิจกรรมเพื่อสังคมที่เข้าไปช่วยเหลือ ทำให้กับหัวหน้ากลุ่ม ญาติของพี่เค้า ก็ไม่ได้คาดหวังที่จะได้ผลประโยชน์อันใด แค่มีความสุขที่ได้ร่วมทำงานให้ และสิ่งที่ทำ เป็นประโยชน์กับกลุ่มนี้บ้าง แต่ถ้าทำให้เกิดความไม่สบายใจก็แยกทางจากกันไปดีกว่า ยังมีคนอีกมากมาย ที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรมนี้ในอนาคต
เรื่องที่จะให้เคลียร์ ปรับความเข้าใจกัน คงเป็นไปได้ยากเหมือนกัน นั่นถือว่าเป็นญาติของหัวหน้ากลุ่ม ถ้าจะต้องมาตัดสินในเรื่องที่ขัดแย้ง ก็ยิ่งจะลำบากใจ ถ้าจะต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็ยิ่งลำบากใจอีก จะจัดการความขัดแย้ง เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย พี่เขาก็ไม่ถนัดในสิ่งนี้มากนัก คิดมากไปใย แยกทางไปเองดีกว่า
คงได้แต่เฝ้าชื่นชม ยินดีกับผลงาน กิจกรรมของกลุ่ม จากที่ไกลๆออกไป แค่ี้นี้ ก็ดีที่สุดแล้ว......
วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
บันทึกการเดินทาง 1 ก.ค.2554 (Travel version)
ก่อน 1 ก.ค.2554 คุยกับน้องอ้อม (Aom รักในหลวง) เรื่องไปที่มัฆวาน ซึ่งชาว TGO นัดเจอกันในวันอำลาการชุมนุม ทางนั้นอยากเจอหน้าพร้อมหน้าพร้อมตากันหน่อย อ้อมบอกว่าอยากไป แต่ลังเล ไม่แน่ใจเรื่องการหารถทัวร์กลับ เพราะใ่นช่วงเลือกตั้ง ช่วงต้นเดือน หารถโดยสารกลับมายาก คนเดินทางออกจาก กทม.เยอะ นายบอนอยากให้อ้อมไป เพราะไม่ได้ไปมัฆวานสักที พอจะไปก็ติดงาน และไม่ีมีเพื่อนไป ก็เลยบอกว่า ไปกันเถอะ ขากลับพี่จะพากลับเอง
ค่ำ 30 มิ.ย.2554 อ้อมก็ SMS + FB มาถามอีกครั้งว่า จะเอายังไง ไปมั้ย ขอคำตอบด่วน เลยตอบว่า ไปแน่นอน ตอนแรกอ้อมว่าจะเดินทางช่วงเย็น 30 มิย. แต่ก็เปลี่ยนใจ ไปตอนเช้า 1 กค ดีกว่า ไม่อยากไปหาที่อาบน้ำ ไปถึงแต่เช้า 1 กค ไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหน อ้อมเลยออกเดินทางด้วยรถนครชัยแอร์ 10.15 น.
เช้่า 1 กค 9.24 น. อ้อมส่ง SMS มาว่า ได้ตั๋วเที่ยว 10.15 น. จะให้จองตั๋วให้มั้ย เลยส่งตอบไปว่า จะไปเอง เพราะรถจากกาฬสินธุ์มาถึง บขส.ขอนแก่น 10.20 น. ยังไงก้ไปปรับอากาศไม่ทัน ก็เลยนั่งรถอุดร-โคราช เหมือนที่เคยไป ไปเที่ยว 10.30 น.
รถโคราชออกตามเวลา พอรถวิ่งมาถึง สถานีอนามัยดอนชมพู-โคราช เลยตลาดแคมาได้ราว 10 กม น้องคนที่นั่งเบาะหลังสุด ติดหน้าต่างด้านคนขับ ลุกออกมาวิ่งไปบอกคนขับ คนเก็บตั๋วโดยสาร จนคนเก็บตั๋ววิ่งมาดูเบาะหลังสุด ช่องแอร์ ไอน้ำพุ่งออกมาเยอะมาก มีกลิ่นเหม็นๆด้วย แต่แอร์ช่องอื่นๆไม่ออก ไม่เย็นเลย ต้องจอดรถหน้าอนามัยดอนชมพู คนขับลงไปเคาะ ซ่อม เติมน้ำเช็คเครื่อง ราว 20 นาที ถึงสตาร์ทรถเดินทางต่อไป
ช่วงที่รถมีปัญหา ก็สังเกตดูน้องผมยาวที่นั่งเบาะตรงกันข้าม ติดหน้าต่าง ก็โทรคุยกับเพื่อน ดูซนๆน่าดู สูงยาวเข่าดี แอบมองอยู่หลายยก เธอลงจากรถที่จอหอ แหม ซ่าน่าดู รถรีบวิ่งทำเวลาเข้า บขส.โคราชตอน 13.35 น คนเก็บตั๋วลงไปเปิดเครื่องด้านท้าย เติมน้ำลงไป เครื่องมีปัญหาแบบนี้ เดี๋ยวคงต้องเข้าอู่แล้วล่ะมั้ง

นั่งกินข้าวเที่ยงแล้ว มาขึ้นรถสุรนารีแอร์เที่ยว 14.00 น. นั่งกับน้องผู้ชายเสื้อเขียว มากับเพื่อนอีกสองคนที่นั่งเบาะหน้า ส่งขนมคุยทักทายกันเรื่อยๆ 2 คนเบาะหน้าเป็นคู่รักกัน น่ารักมาก ระหว่างรถวิ่งไป สองหนุ่มสาว ก็อิงแอบแนบชิืดกัน ซบกัน บางช่วงฝ่ายหญิงหันมามองหน้าแฟนหนุ่ม พูดคุยอะไรหวานๆกันสักอย่าง ..เปล่า ไม่ได้ไปแอบฟัง หรือนั่งจ้องอะไรพวกเค้าขนาดนั้นหรอก แต่เห็นท่าทางการเคลื่อนไหว ก็พอที่จะดูออก เพราะนายบอนก็เคยหวานกับอดีตคนรักในช่วงเดินทางแบบนี้เหมือนกัน
รถผ่านวังน้อย แล้วแวะปั๊มเติม NGV จอดรถกว่า 20 นาที ก็เห็นสามสหายเดินไปซื้อของ ดูน่ารักดี เห็นแล้วนึกถึงเพื่อนๆสมัยอยู่ มข.มองดู3 คน (2 คนเป็นคู่รักกัน) ดูน่าัรักสดใสดี พอรถแล่นมาถึง ฟิวเจอร์รังสิต 3 สหายก็ลงจากรถเพราะถึงที่หมายแล้ว
ฝนตกลงมาตลอดตั้งแต่เข้าเขตประตูน้ำพระอินทร์ รถก็ค่อยๆขยับไปทีละนิด และมาติด จอดแช่ตรง กม 12-13 ตรงที่จะ U-turn วัดเสมียน เพื่อจะเลี้ยวเข้า ถ.กำแพงเพชร เข้าหมอชิต รถติดนานเป็นชั่วโมง จาก 18.30- 19.10 เจ้าหน้าที่จราจร ทำงานหนัก ต้องถือไฟสัญญาณมาโบกรถ ปล่อยรถทีละแถว รถก็ติดยาว ปล่อยแถวละถนนฝั่งนึง กว่ารถจะระบายออกมาหมด ก็นานหลายนาที กว่าจะมาปล่อยฝั่งที่รถทัวร์ติดอยู่ ก็ปาเข้าไป 1 ทุ่มเศษๆ จึงมาถึงหมอชิต 19.45 น. ท่ามกลางฝนตกปรอยๆ
ถึงหมอชิตก็พักเหนื่อย รอฝนซา หาข้าวราดแกงกิน 2 อย่าง 30บาทน้ำฟรี ที่ท่ารถ ขสมก.นั่นแหละ แล้วมานั่งรถเมล์ฟรีสาย 3 ตอน 20.40 น. วิ่งมาถึงตลาดเทเวศร์ตอน 22.10 น. นึกดูก็เหนื่อยเหมือนกันนะ เิิดินทางบนรถจากขอนแก่นมา กทม.นอนงีบไปหลายช่วงเวลาเพราะเมื่อคืนนอนตอนตี 2 ครึ่ง
ถึงจะเหนื่อย แต่ก็มาถึงแ้ล้ว เดินเลียบคลองผดุงกรุงเกษมไปสะพานมัฆวาน ไปร่วมวันอำลาเวทีชุมนุม ดูเหมือนจะพลาดช่วงสำคัญบนเวทีไปหลายตอน มาถึงก็ดึก เพื่อนคู่หูก็ไม่ยอมออกมา เพราะฝนตกหนักที่บ้าน ออกมาก็ลำบาก ไม่เป็นไร ก็ได้สัมผัสบรรยากาศที่มัฆวานให้เต็มอิ่ม
เดินดู เดินไปเดินมา ตามบันทึก ค่ำคืนอำลาการชุมนุมของพันธมิตรฯ 1 ก.ค 2554 - TGO และบันทึกการเดินทาง
หลังจาก TGO แยกย้ายกลับตอนตี 2 ก็พาน้องอ้อมกลับ โดยขึ้นแท็กซี่ อ้อมก็ควักเงินจ่ายค่าแท็กซี่ ตอนมาถึงหมอชิต ซื้อตั๋วไปลงโคราช -รถสุรนารีแอร์ นายบอนก็ควักจ่ายให้สองใบ ดูเงินในกระเป๋าชักหวั่นๆ จะมีเงินพอกลับถึงกาฬสินธุ์รึัเปล่านะ แต่น้องอ้อมก็แฟร์มากๆ บอกว่า เดี๋ยวจะจ่ายค่ารถจากโคราช - ขอนแก่นให้
น้องอ้อม คลุมโปงหลับ บนรถสุรนารีแอร์ ช่วงก่อนถึงโคราช
ต่อรถ 2 เที่ยว มาถึงขอนแก่น เจอคนเยอะมากที่รถขึ้นรถกลับ พอถึงขอนแก่น ลงากรถ อ้อมก็ร่ำลา ขอตัวกลับเข้าหอพักใน มข. ไปนอนทันที เหนื่อยมาตลอด นายบอนก็ต้องหารถกลับกาฬสินธุ์มั่งล่ะ รถขอนแก่น-มุก มีคนรอขึ้นรถเยอะมาก แน่นไม่ต่างกับรถโคราช-อุดร เลยตัดสินใจกลับรถขอนแก่น-กาฬสินธุ์ เดินไปหาก๋ยวเตี๋ยวกินก่อน แล้วมาเข้าแถวซื้อตั๋ว เลยได้ที่นั่ง รถออกตอน 12.00 น. ถึงกาฬสินธุ์ 13.15 น.


การเดินทางครั้งนี้ ได้อะไรหลายอย่างมากมายจริงๆ แม้จะเป็นการเดินทางไปกลับในรอบ 24 ชั่วโมงก็ตาม ..แต่่ว่า เกินคุ้ม
ป้ายหาเสียงเลือกตั้งใน กทม. กับพลังของพันธมิตร (พธม)
ป้ายหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ รวมทั้งป้ายโหวตโน ริมถนนวิภาวดีรังสิต ใน กทม. เมื่อ 1 ก.ค.2554 มีหลายป้ายเต็มไปหมดที่ติด วางไว้ที่ริมถนนของหลายพรรคการเืมือง ไม่ว่าจะไปถนนสายไหนจะเห็นหลากหลายป้ายหลายเวอร์ชั่น หลายแบบ
แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคือ ป้ายรณรงค์โหวตโน ซึ่งจะติดควบคู่้ไปกับป้ายของพรรคการเมืองอื่นๆ มีหลากหลายรูปแบบเช่นกัน บางป้ายวางเทียบกับป้ายรูปนักการเืมืองที่เป็นตัวเรียกคะแนนเสียงของพรรคบางพรรค
แม้นักการเมืองหลายคน หลายค่ายจะไม่เห็นด้วยกับการรณรงค์โหวตโน พยายามต่อต้าน ขัดขวาง บางคนแอบมาทำลายป้ายโหวตโน บางคนพยายามบอกว่า โหวตโนไม่มีผลใดๆ แต่ป้ายโหวตโนก็เกิดขึ้นหลายที่ หลายแห่ง จากพลังของพี่น้องพันธมิตรและผู้ที่เห็นด้วยกับการโหวตโน กาในช่องไม่ประสงค์จะเลือกใคร เพราะนักการเมืองที่มีให้เลือก มันเลือกไม่ลงจริงๆ
ความต้องการของภาคประชาชน พี่น้องประชาชน มีพลังมากมายที่นักการเมืองหวาดกลัวเช่นกัน พลังที่บริสุทธิ์ พลังที่ไม่ได้จัดตั้งโดยพรรคการเมือง เป็นพลังที่นักการเมืองควบคุมไม่ได้ เป็นพลังที่คอยตรวจสอบนักการเืมืองอย่างเข้มข้น ไม่มีพรรคไหนอยากให้เกิดพลังแบบนี้ เพราะปกครอง และโกงกิน ทุจริตยากมาก
นับวันพลังของภาคประชาชนจะเข้มแข็งมากขึ้น ถึงแม้ว่า สื่อมวลชนหลายคน นักวิชาการหลายฝ่าย จะออกมาต่อว่า โจมตี หรือ ทำลายความชอบธรรมของพี่น้องภาคประชาชนที่ชุมนุมที่มัฆวาน แต่เหตุผลที่ออกมาพูด ช่างดูไม่มีเหตุผล หรือเข้าข้าง ช่วยเหลือฝ่ายนักการเมืองมากเกินไป แม้แต่คนที่เคยร่วมต่อสู้กับพี่น้อง พธม. แ้ล้ววันนี้ กลับออกมาอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม ออกมาพูดจาโจมตีแกนนำของภาคประชาชน พูดจาช่วยเหลือสนับสนุนฝ่ายการเมืองอย่างเต็มที่ น่าสงสัยว่า อะไรทำให้พวกนี้เปลี่ยนไป หรือว่า เงินซื้อพวกเขาได้ ทำให้พวกเขาเปลี่ยนข้าง ออกมาโจมตีมิตรสหายที่เคยต่อสู้มาร่วมกัน
ช่างเถอะ ถ้ายอมให้เงินซื้อตัวพวกเขาเหล่านั้นได้
ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายเพียงใด แต่ความมุ่งมั่น อุดมการณ์ของภาคประชาชน ยังคงยืนหยัดต่อไป ป้ายรณรงค์โหวตโน ที่หลายฝ่ายพยายามโจมตี พูดว่าไม่มีผลทางกฏหมาย ฯลฯ แ่ต่ป้ายโหวตโน ยังคงเกิดขึ้นทั่ว กทม. เหมือนกับพลังรักความถูกต้องของภาคประชาชนยังคงเข้มแข็มอยู่เสมอ และวันหนึ่งในพื้นที่ต่างจังหวัด พลังของภาคประชาชนจะเข้มแข็งมากขึ้นเช่นกัน
อย่าประมาทพลังของประชาชน อย่าประมาทพลังของป้ายรณรงค์โหวตโน