วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บันทึกการเดินทาง 10-11 มิ.ย.2554 -กาฬสินธุ์-โคราช-จันทบุรี

            มีเวลาแค่ศุกร์ เสาร์เท่านั้น วันอาทิตย์ติดธุระที่บ้าน เมื่อจะต้องแวะไปจันทบุรี จึงออกเดินทางตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ 10 มิ.ย. มาขึ้นรถที่ บขส.กาฬสินธุ์ เที่ยว 8.40 น. ซึ่งเป็นรถขอนแก่น-วังสามหมอ จะวิ่งไป ขอนแก่น ผ่าน บขส.กาฬสินธุ์ รถของบริษัทสหมิตรภาพ 2512 เห็นเป็นรถใหม่ ท่าทางคงนั่งสบาย  แต่ยังไงก็ต้องไปรถคันนี้ เพราะรีบไป รถออกจากกาฬสินธุ์ทันที มาถึงเกือบจะถึงคิวนอกขอนแก่น ถ.ศรีจันทร์อยู่แล้ว แต่รถวิ่งสะดุด มาเรื่อยๆ ช้ามากๆ วิ่งเอื่อยๆ คนขับโทรเข้าไปที่ ขบส. บอกว่า แก๊สหมด มีแก๊สมาเติมมั้ย รถคงวิ่งมาถึงแค่คิวนอกเท่านั้น


photo




            ภาพที่เห็นคือ รถโดยสาร ป.2 ขอนแก่น-วังสามหมอ มาจอกที่คิวนอกอย่างหมดท่า นั่งรถมานาน รถมาแก๊สหมดกลางทางเฉยเลย ดีนะที่ไม่ไปหมดนอกเมือง กลางป่า ผ่านปั๊มก้ไม่แวะเติมเหมือนรถคันอื่นๆของ สหมิตรภาพ ผู้โดยสารหลายคนที่ลงจากรถ ก็ต่อรถสองแถวสีเหลือง สาย 2 สาย 3 ที่วิ่งผ่านมาแถวนั้น ไปลงปรับอากาศ และ บขส. แต่ผู้โดยสารบางส่วนยังยืนรออยู่ เพราะคนเก็บตั๋วบอกว่าให้รอขึ้นรถคันหลัง แต่กว่าจะมาก็คงอีกนาน เลยโบกรถสองแถว 6 ล้อ ขอนแก่น-น้ำพอง ให้ผู้โดยสารที่ตกค้าง ไปลง บขส.ขอนแก่น นายบอนเลยได้ติดรถไปด้วย ไม่ต้องเสียค่าโดยสาร


photo




            เป็นรถสองแุถวโดยสาร ขอนแก่น น้ำพอง สาย 4175-13 ซึ่งไม่ได้ขึ้นรถสองแถวแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ซึ่งเป็นรถที่กว้าง บรรทุกคน ถุงปุ๋ย และสินค้าได้เยอะมากๆ ดีกว่า รถโดยสารทั่วไปที่ใส่เบาะที่นั่ง จนไม่มีพื้นที่ให้ยืน หรือใส่สิ่งของได้มากเหมือนรถแบบนี้ ซึ่งรถสองแถวบรรทุก 6 ล้อแบบนี้ นั่งสบาย ขนของได้มาก เป็นรถโดยสารของชาวบ้านที่เอารถบรรทุก 6 ล้อมาทำ นั่งแล้วคิดถึงวันเก่าๆสมัยเรียนมัธยมที่นั่งรถแบบนี้ไปหาเพื่อนที่หมู่บ้านนอกเมือง ไปกินข้าวปุ้น ส้มตำที่บ้านของเพื่อน แป๊บเดียวก็มาถึง บขส.ขอนแก่น ความจริงแล้วไม่ได้นั่งหรอก ยืนเกาะที่ตรงบันได เพราะมีคนนั่งเต็มที่นั่งหมดแล้ว


photo


photo




            มาถึง บขส.ขอนแก่น แล้วก็ซื้อตั๋วไปลงโคราช  มีรถออกทุกครึ่งชั่วโมง มาถึงตอนไหน ก็ไม่รอนาน วิ่งเร็ว มาถึงโคราชตอน 13.20 น. ไปดูที่ขายตั๋วรถไปจันทบุรี มีเที่ยวที่ออกจากโคราช 11.45 น. 13.00 น. 14.15 น. 15.30 น. 17.30 น. ซึ่งจะผ่านเส้นทาง ปักธงชัย-วังน้ำเขียว-กบินทร์บุรี-สระแก้ว-เขาฉกรรจ์-วังน้ำเย็น-วังสมบูรณ์-สอยดาวโป่งน้ำร้อน- มะขาม- จันทบุรี บางคิวจะวิ่งไปถึงตราด-แหลมงอบด้วย


photo




            เมื่อมีเวลาเลยรีบไปกินข้าว แล้วมาซื้อตั๋วขึ้นรถตั้งแต่ 14.00 น. รถออกตอน 14.15 น. นั่งกับ เจ้าหน้าที่ ตชด. พอรถออกก็จะงีบยาว เพราะเมื่อคืนนอนตี 3 มัวแต่ฆ่าไวรัส และวุ่นกับคอมพิวเตอร์อยู่นาน หลับตาไปซักพัก คนเก็บตั๋วซึ่งเป็นผู้หญิงประจำรถคันนี้ คอยดูแลผู้โดยสารอย่างดีมากๆ ก็เข้ามาปรับเบาะเอนหลังให้ แล้วเินปิดม่านบังแดดให้ผู้โดยสารทุึกคนที่อยู่ฝั่งที่แดดส่อง พอรถแล่นถึงวังนำ้เขียว มีผู้โดยสารลง เธอก็มาบอกนายบอนว่า ข้างหลังมีเบาะว่าง แนะนำให้ไปนั่งข้างหลังจะได้นั่งสบาย เห็นขายาวๆอยู่ เลยย้ายไปนั่ง ไปนั่งก็เกือบหลับไปเหมือนกัน แต่เบาะหน้าเป็นสองแม่ลูก ที่ลูกแสนซน และดื้อตามประสาเด็กๆ


            รถวิ่งมาถึงกบินทร์บุรี 16.15 น. รับผู้โดยสาร ทั้งนักเรียนและคนที่พึ่งเลิกงานขึ้นมา วิ่งมาถึงสระแก้ว 16.50 น. ซึ่งตรงนี้จอดนานมากๆ คงเพราะรอผู้โดยสารขึ้นรถ และเป็นเย็นวันศุกร์อีกด้วย คนขับบอกว่าจะจอด 15 นาีที แต่จริงๆแล้ว ปาเข้าไปเกือบ 40 นาที รอรับผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับบ้านหลายคน มีสาวออฟฟิศคนหนึ่งซื้อของขึ้นมาบนรถหลายถุงหิ้วพะรุงพะรัง แต่สักพัก มีพระสงฆ์ขึ้นมา ไม่มีเบาะว่างเลย ทีแรกพระสงฆ์ท่านบอกว่า ยืนก็ได้้โยมไม่เป็นไร แต่คนเก็บตั๋วก็จัดการให้ ให้สาวออฟฟิศไปนั่งเบาะหน้าที่แม่ลูกอ่อนนั่งอยู่ทั้ง 2 เบาะ แล้วเชิญพระสงฆ์มานั่งข้างนายบอนแทน ตอนจ่ายเงิน ท่านก็เสียบเงิน 40 บาทที่เบาะเก็บของ ให้คนเก็บตั๋วหยิบเงินอย่างสะดวก


            รถออกจาก บขส. แวะเติมน้ำมัน แล้วแวะรับผู้โดยสารที่โบกรถข้างทาง ดูแล้ว นี่มันรถ ป.1 แ่ต่จอดตลอดเหมือนรถ ป.2 แต่ไม่เป็นไร ทางเดียวกัน ไปด้วยกันได้ ที่จริงน่าจะเป็นรถ ป.2 จะได้เก็บค่าโดยสารได้ถูกลงกว่านี้หน่อย จากสระแก้วถึงวังน้ำเย็นรถจอดบ่อยเพราะมีผู้โดยสารลงหลายจุด แสงตะวันก็ค่ำลง วิวข้างทางสวยมากๆ มาถึงเขตอำเภอวังสมบูรณ์-สอยดาว ก็เริ่มมืดค่ำแล้ว มาถึงจันทบุรี 20.00 น. เห็นรถจันทบุรีไป โคราช ออกตอน 20.00 น. ก็คงจะได้กลับรถเที่ยวนี้ในวันพรุ่งนี้ พอถึง บขส. ก็รถลุงสุเวศน์ออกมารับ


            11 มิ.ย.2554  ตอน 18.00 น. ก็ได้เวลาเดินทางกลับ ความจริงตั้งใจจะกลับรถเที่ยวเวลา 17.00 น. แต่ออกมาช้า และฝนตกด้วยจากแสลง มาถึง บขส.จันทบุรี 18.10 น. รอขึ้นรถเที่ยว 20.00 น. จากจันทบุรี ไปลงโคราช รถเข้ามาตอน 19.00 น แรกๆ ไำม่ีมีผู้โดยสารเลย นึกว่าต้องนั่งรถเดินทางไกลไปไม่กี่คน แต่ใกล้ 2 ทุ่ม มีคนมาซื้อตั๋วเยอะเลย เลยซื้่อตั๋ว และขึ้นไปเลือกที่นั่งได้เลย ไม่เหมือนตอนที่มาจากโคราช ต้องนั่งตามเบอร์ที่นั่งที่เขียนไว้ในตั๋ว


photo




            รถออกตอน 20.10 น. แวะจอดเรื่อยๆ โชว์เฟอร์เปิดเพลงฮิตเก่าๆ อย่าง หมากเกมนี้ -อินคา, เธอปันใจ -อัสนี คงจะเปิดจากแผ่น mp3 เปิดให้ฟังเพลินไปเรื่อยๆ 21.00 น. วิ่งมาถึงแค่ อ.โป่งน้ำร้อน แวะเติมน้ำมันดีเซลที่ปั้ม มองดูที่จุดเติม...เติมน้ำมันไป 5,000 บาท แล้วก็วิ่งออกมา จอดส่งคนตามตัวอำเภอ มาึถึงสระแก้วตอน 23.00 น. 23.35 น.ไปจอดที่ บขส.กบินทร์บุรี  จอดพักนาน 15 นาที เลยเดินลงมาขยับแข้งขาีข้างล่าง ผ่านสาวนุ่มสั้น แต่งชุดดำเข้มที่นั่งหน้า ทีแรกตอนขึ้นรถว่าจะไปนั่งด้วยซะหน่อย แต่เธอวางกระเป๋าที่เบาะข้างตัว เลยนั่งด้วยไม่้ได้ ถ้าไปนั่งด้วย เธอคงเหม็นสาบเพราะเราไม่ได้อาบน้ำ


            ออกจากกบินทร์ วิ่งขึ้นเขาปัก ก็หลับไป มาตื่นอีกที ตอนถึงโคราช 1.45 น.  ลงมาว่า จะงีบจนเช้า แต่เห็นรถโดยสารที่วิ่งเข้า มีทั้งไปขอนแก่น - สารคามตั้งหลายคัน วิ่งอีก 3 ชั่วโมง ไปถึงสว่างพอดี ต่อรถไปกาฬสินธุ์ได้เลย แต่นั่งสักพัก รถร่วม บขส. กทม-กาฬสินธุ์ก็วิ่งเข้ามาตอน 2.15 น.  มองดูมีที่นั่งว่างเบาะหลังสุด เออ ไปคันนี้แหละ ไม่ต้องนั่งรอที่โคราชจนเช้าก้ได้


            คนขายตั๋วของรถคันนี้ เดินมาถามพอดีว่าจะไปลงไหน พอบอกไปลงกาฬสินธุ์ เขาก็ชี้ไปทีี่รถบอก โน่นเลย จ่ายค่ารถไป 150 บาท ขึ้นไปนั่งโน่นในสุดเลย รอเวลารถออก


            2.25 น. คนขับรถขึ้นมาบอกว่า ให้ผู้โดยสารลงไปเข้าห้องน้ำ รถจะไม่แวะจอดที่ร้านอาหารแล้วนะ


            "คันหน้าโทรมาบอก ทังหน้ามีรถตำกัน จั๊กสิไปฮอดจั๊กโมง"

            คนขับเว้าสำเนียงอีสาน บอกว่า รถคันที่ออกไปแล้ว โทรมาบอกที่สถานีว่า มีรถชนกัน รถติดยาว ไม่รู้ว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทางกี่โมง เลยให้ผู้โดยสารลงไปเข้าห้องน้ำกันก่อนดีกว่า



            คนทยอยลงจากรถ แล้วรีบกลับขึ้นมา รถออกจากโคราชตอน 2.45 น. วิ่งออกมาถึง กม.ที่ 15 ตอน 3.05 น. เจอรถติดยาว เต็ม 2 เลนถนนมิตรภาพทางไปขอนแก่น รถค่อยๆขยับๆๆๆ คนขับก็มองว่า เลนขวาน่าจะติด เกิดอุับัติเหตุเลนนี้ เลยบีบแตร ขอแทรกเข้าเลนซ้ายมั่ง พอเลนขวา รถเคลื่อนไหว ก็ขอแทรกเข้าขวา จนใกล้มาถึงจุดเกิดเหตุ ก็แทรกเข้าเลนซ้าย


photo




            ผ่านป้ายที่เห็นนี้มานิดหน่อย ก็เจอรถทัวร์ บขส.99 ถูกชนด้านท้ายจอดนิ่งอยู่ มีรถตำรวจเปิดไฟแดง จอดขวางไว้ และตำรวจยืนโบกรถให้สัญญาณ รถค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านไป พอผ่านมาได้ รถวิ่งฉิวเลย มาถึง บขส.เมืองพลตอน ตี 4.15 น


photo


           
            รถวิ่งมาเรื่อยๆจนสว่างที่กุดรัง-บรบือ ตอน 6 โมงเช้า วิ่งมาถึง ท่าขอนยาง หน้า ม.มหาสารคาม และมาถึง บขส.กาฬสินธุ์ตอน 6.45 น.


            ความจริงคนขายตั๋ว ขายตั๋ววิ่งไปถึงสกลนคร มีหลายคนซื้อตั๋วไปลงในจุดที่เลยเมืองกาฬสินธุ์ คนขายตั๋วบนรถเลยบอกให้ไปต่อรถคันหน้า เอาตั๋วที่ซื้อไว้ ไปแสดงด้วย ไม่งั้นจะเสียเงินเพิ่มนะ หลายคนพึ่งตื่น หน้าตายังไม่อาบน้ำหลายคน เหมือนกับนายบอน เป็นสไตล์ของคนเดินทางชาวอีสาน ที่เดินทางด้วยรถ ป.2 แบบนี้  ได้บรรยากาศแบบลูกทุ่งอีกแบบหนึ่งถึงบ้าน 7 โมงเช้ากว่าๆ ได้พักผ่อนสบายๆในเช้าวันอาทิตย์

สาวขาแพลงผู้มากับกุ้งสดถุงใหญ่ มาเยี่ยมคุณลุงที่จันทบุรี

            คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 มิย. หลังจากที่เธอลงเวรบ่าย กลับบ้านตอนตี 2 ขับรถกลับมาึถึงบ้านที่บ้านบางปิด แหลมงอบ-ตราดตอนตี 3 เกิดพลาดท่า ตกบันได ขาเจ็บขาแพลง ถ้าต้องขับรถ ก็เหยียบคลัชท์ไม่สะดวก วันศุกร์เลยไม่ได้ไปขึ้นเีวรที่ รพ.ตราด ถือโอกาสลาซะเลย เพราะไม่มีคนไปรับ ส่งยามดึก
       
            เสาร์ที่ 11 มิ.ย. เธอตั้งใจจะมาเยี่ยมคุณลุงที่จันทบุรี ตอนแรกว่า จะนั่งรถตู้ออกมา แต่ได้น้องชาย ขับรถมารับ-ส่ง มาถึงบ้านแสลง หน้าบ้านคุณลุง เดินลงจากรถ กระเผลกเข้ามา ถือถุงกุ้งสดของฝาก แช่น้ำในถังใส่หลังรถกระบะที่นั่งมา เอามาฝากด้วย

            ป้ากร หลังจากเก็บผลไม้ เดินเข้ามาในบ้าน เลยเอาถุงกุ้งไปทำอาหารมื้อเที่ยงให้ทาน แต่กินข้าวเที่ยงกันตอนบ่าย 2 โมง หลังจากคุณลุงดูถ่ายทอดการชกมวยไทยที่ช่อง 3 จบลง



            กุ้งสดที่ว่า อยู่ในจานในถาดใหญ่ที่ใส่รองจาน ชาม ถ้วยน้ำพริก อย่างที่เห็นในวิดีโอ หลังจากทานไปสักพัก ก็เอาจานเปล่ามาให้ สาวขาแพลงก็แกะเปลือกกุ้งอย่างชำนาญ เพราะกินอาหารทะเลทุกวัน ทำอาหารทานทุกวัน แต่เสียดาย วันนั้นไม่ได้โชว์ฝีมือทำอาหารเลย

          ดูท่าทานข้าวในวิดีโอ ท่าทางทานอร่อยมากๆ ฝีมือทำอาหารคงอร่อยไม่แพ้ท่ากิน

            เจ็บขา ยังกะเผลกเดินทางมาพร้อมกุ้งจนได้ โอกาสดีๆ มีไม่บ่อย

            ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีคนแกะกุ้งให้กินอีก

หนามตำใจ 8 - เดินหน้า ปิดบัญชีรัก


            เมื่อเมียหลวงสู้ บุึกบ้านเมียน้อยแล้ว วันเดียวกันนั้น ก็ขับรถมาที่บ้านย่า (แม่ของสามี) มาบอกว่าจะฟ้องหย่าแล้วนะ พร้อมบอกเหตุผล แม่ย่าจึงถามว่า ทำไมต้องโวยวาย และทำแบบนี้ด้วยล่ะ น่าจะอดทนให้มากๆหน่อยนะ

            ดูท่าทางแล้ว แม่ย่าก็ยังคงเชื่อในตัวลูกชาย(สามีเธอ) คงคิดว่า เธอหาเรื่องโวยวาย อาละวาด ทั้งๆที่ไม่น่าจะทำแบบนี้ เหมือบกับการเห็นการมีเมียน้อยเป็นเรื่องปกติ
       
            "แล้วย่าจะให้ต้องแบ่งเวลากันเหรอไง จันทร์ถึงศุกร์ อยู่กับเมียน้อย เสาร์ อาทิตย์อยู่กับเมียหลวง แบบนี้ไม่ไหว ถ้าเมียน้อยท้องขึ้นมา ก็ยุ่งอีก ก็คงต้องฟ้องหย่าตามที่บอกไว้"

            เธอบอกเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้ว เพราะเหลือทนจริงๆ จึงบอกอีกครั้งว่าจะฟ้องหย่าอะไรบ้าง เมียน้อยมันท้าทาย ระรานจริงๆ แล้วเล่าใ้ห้ฟังว่า สามีกับเมียน้อยทำอะไรไว้บ้าง ย่าได้แต่นิ่งฟัง ไม่พูดอะไร

            เธอบอกว่า จะเอาลูกคนโตกลับไปอยู่ด้วย ไม่อยากให้สามีกับเมียน้อยเป็นคนเลี้ยงลูกของเธอ ย่าก็ตามใจ ลุกไปช่วยเก็บเสื้อผ้าให้ ลูกชายก็ดีใจที่จะได้กลับบ้านมาอยู่กับแม่

            ระหว่างออกจากบ้านย่า ผู้เป็นแม่ถามว่า ไม่ได้อยู่กับพ่อ ไม่สียใจเหรอ ลูกชายรีบตอบว่า ดีใจที่จะได้นอนกอดแม่มากกว่า อย่าให้ลูกกลับไปอยู่บ้านพ่อนะ ลูกเป็นผู้ชายจะช่วยแม่เลี้ยงน้องคนเล็ก แม่เป็นผู้หญิงคงเลี้ยงไม่ไหว... แหม ลูกชายเข้าใจพูดจริงๆ การที่เธอได้ลูกกลับมาอยู่ด้วยในตอนนี้ ถือว่าดีแล้ว

            แต่ยังมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กับสามีอีก อยากให้สามี เอาิเงินส่งค่างวดให้หมด ปลดหนี้รถให้หมดไปเลย และให้ส่งเสียเงินค่าเลี้ยงดูบุตรในแต่ละเดือนตามจำนวนที่จะได้ตกลงกัน ซึ่งเธอจะไม่ติดใจเอาความกับเงินในบัญชีธนาคาร ที่เคยเปิดร่วมกัน 2 บัญชี แต่สามีถอนเงินทั้งหมดออกจากบัญชีแ้ล้ว ขอให้ส่งงวดรถให้หมดก็พอ และแบ่งสินสมรสตามกฎหมาย เท่านี้ทุกอย่างจบ



            ถ้าตกลงตามที่บอกไป  ก็โอเค ไม่ต้องฟ้องร้องคดีความมากมาย ให้ตัดสินใจเอง

            ช่วงที่ไปบ้านแม่ของเมียน้อย ก็ยื่นข้อเรียกร้องไปแล้ว ให้ตัดสินใจภายในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 10 มิ.ย.54 ถ้าไม่ตกลงก็จะเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตามตัวบทกฏหมาย แม้ว่า แม่ของเมียน้อยบอกว่า ไม่มีเงินหลายแสนที่จะจ่ายค่าเสียหาย แต่เธอตัดสินใจจะฟ้องเมียน้อย  สามีคงจะหาเงินมาจ่ายให้

            หลังจากนี้ ทนายจะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ ต่อไป ให้คุยผ่านทนายความเป็นหลัก



            เมื่อขับรถกลับบ้าน เธอรู้สึกดีใจที่ลูกกลับมาอยู่กับผู้เป็นแม่ ดูแล้ว เรื่องราวหนามตำใจ ใกล้จะจบลงแ้ล้วกระมัง ถ้าฝ่ายสามี และเมียน้อย ยอมตามข้อเสนอ แต่เธอก็รู้มาว่า เพื่อนของสามี 2 คน ที่เป็นทนายความ กำลังหาทางต่อสู้คดีให้้ เอารูปฉาวมานั่งดู  คิดหาช่องทางช่วย เธอได้แต่แอบขำ ในเืมื่อภาพมันชัดเจนขนาดนั้น แล้วจะแก้ตัวยังไงล่ะ

            ที่ผ่านมา เีมียหลวงและสามีใช้เงินกันคนละกระเป๋า เมียหลวงทำงานหารายได้พิเศษจากงานประจำ ได้เงินเพิ่ม และเป็นคนจ่ายทุกอย่างในบ้าน สามีจึงไม่ต้องจ่าย จึงมีเงินกิน เที่ยวกับเพื่อนๆอยู่บ่อยๆ แต่เมื่อต้องแยกทางกันแล้ว ทุกอย่างสามีจะต้องจ่ายเอง ยังจะต้องดูแลส่งเสียเมียน้อย ค่ากินอยู่ สารพัด เมีนน้อยยังเป็นนักศึกษายังไม่มีงานที่มั่นคง  คิดแล้วก็ปลง เมื่อเวลาผ่านไป สามีจะเป็นคนรู้เอง เืมื่อจะต้องจ่าย และดูแลอีกคน

            สามีหาเรื่องให้ตัวเองแท้ๆ แต่ตอนนี้ สามียังคิดว่า ตัวเองเป็นฝ่ายถูก เมียหลวงเป็นฝ่ายผิดที่โวยวาย หาเรื่อง เพื่อนสนิท 2 คนที่เป็นทนายก็พยายามช่วยเพื่อน เข้าข้างว่า เพื่อนถูก  จะช่วยให้ไม่ต้องแบ่งสินสมรส แต่ฝ่ายแม่ของเมียน้อยอยากให้หย่าไปเลย
ดูท่าเกมนี้คงสนุกไม่เบา

        เมียหลวงขอเดินหน้าปิดบัญชีรักกับสามี หย่าขาดกันให้ชัดเจน แบ่งสินสมรสตามกฎหมาย แ้ล้วอยากจะอยู่กับเมียน้อยก็เชิญตามสบาย

        "คงจะจบแล้วล่ะ หนามตำใจ  คุณคิดว่า จะจบหรือยัง" เมียหลวงถามนายบอนในคืนวันนั้น

            จะจบไม่จบ ก็อยู่ที่ฝ่ายสามี ว่าจะสู้คดียังไง จะยอมได้แค่ไหน  อาจจะจบเร็ว หรือยืดเยื้อกันต่อไป และถึงจะเจ็บปวดอีกแค่ไหน ยังไงก็ต้องปิดบัญชีรัก หย่าให้ได้...

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 7 - บุกบ้านเมียน้อย

            หลังจากที่ถูกสามี และเมียน้อยทำให้ช้ำใจ เสียใจจนสุดจะทน เมียหลวงอยากเคลียร์ให้มันจบ เพราะเมียน้อยท้าทายมากๆ  ถ้าไม่ทำอะไร คงเหมือนตายทั้งเป็นไปทุกที เมียหลวงเลยตัดสินใจ สู้...

            หลังจากที่หาข้อมูล จนได้ข้อมูลมากขึ้น ในที่สุด 9 มิ.ย.54 เมียหลวงตัดสินใจขับรถข้ามจังหวัด บุกขึ้นบ้านของเมียน้อยทันที หลังจากที่วันก่อน ได้คุยกับแฟนเก่าของเมียน้อย ได้รู้ข้อมูลหลายอย่าง ว่าเมียน้อยเป็นคนอำเภอไหนในจังหวัดนั้น  จึงตัดสินใจบุกเข้าบ้าน หาความจริง ว่าทำไมเมียน้อยถึงทำตัวแบบนี้ ทำไมถึงแย่งสามีชาวบ้าน

            เข้าไปในบ้าน บ้านนั้น มีแต่แม่ของเมียน้อย ส่วนพ่อ เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว  แม่ทำงานเป็นหมอนวด  รายได้ต่อเดือนประมาณ 3,000 บาท ดูหน้าตาแล้ว อายุไม่ห่างไกลกันมากนัก จึงเรียก "พี่" ได้ เพราะดูแล้วยังไม่แก่มาก

            ว่าแล้ว เมียหลวงก็ถามตรงๆ ว่าทำไมถึงปล่อยให้ลูกสาวไปอยู่กับสามีของเธอล่ะ  ไม่รู้เหรอว่า สามีมีเมียแล้ว และยังไม่ได้หย่าร้างกันด้วย



            แม่ของเมียน้อยบอกว่า สามีของเธอ มารับอุปการะลูกของเธอ เพราะเอ็นดูมากๆ จะส่งเีสียเลี้ยงดูให้เรียนหนังสือ โดยวันอาทิตย์จะมารับที่บ้าน วันศุกร์จะมาส่ง สามีของเธอมากับกลุ่มเพื่อนสนิทหลายคน (แต่ช่วงหลังๆ สามีมาคนเดียว) และบอกว่า จะดูแล และจะแต่งงาน จะได้เป็นลูกเขยของแม่ด้วย

            เมียหลวงจึงพูดขึ้นมาทันทีว่า "แล้วพี่ไม่เห็นใจหัวอกของคนเป็นเมียหรือ ทำไมถึงสนับสนุนให้ลูกสาวทำแบบนี้" แม่ของเมียน้อยบอกว่า  เดี๋ยวก็คงจะหย่าร้างกัน ถ้าหย่าแล้วจะเอาลูกสาวเป็นเมียแต่ง

            เมียหลวงได้ฟังแ้ล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น มิน่าล่ะ เห็นใน facebook ของเมียน้อย ขึ้นสถานะว่า แต่งงานแล้ว อยู่กับสามี
           
            "ที่แท้...เกมนี้เขาเตรียมการทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว เรา...ก้อแค่หมากในเกมส์ ไม่มีทางที่จะตามทัน"

            เมียหลวงจึงถามอีกหลายคำถาม แต่แม่ของเมียน้อยไม่กล้าตอบ เมียหลวงเลยบอกให้โทรหาลูกสาว บอกว่าจะเอายังไง แม่ของเมียน้อยก็อึ้งๆไปเหมือนกัน

            เมียหลวงจึงบอกออกมาตรงๆว่า ถ้าหย่าร้างกับสามี ก็อยากจะได้ลูกกลับมาเลี้ยงเอง ไม่อยากให้อยู่กับสามี และเมียน้อย แต่ฝ่ายสามียังไ่ม่อยากหย่า เพราะไม่อยากแบ่งเงิน และทรัพย์สินหลายอย่างคนละครึ่ง

            รุกถามหลายคำถาม จนแม่ของเมียน้อยพูดไม่ออก เลยถามกลับบ้างว่า แต่ก่อนสามีของเธอก็มีเมียน้อยหลายคน แล้วทำไมถึงมาเอาเรื่องกับลูกสาวของเธอหนักถึงขนาดนี้  เมียหลวงเลยตอบทันทีว่า ลูกสาวของคุณท้าทายมาก หยามมากๆ เคยโทรเตือนสติแล้ว เตือนไปว่าจะฟ้องคดีความ แต่เมียน้อยก็ยังท้าทาย ส่งรูปมาตอกย้ำให้ช้ำใจอีก

            "แล้วจะเอายังไำงล่ะ"

            เธอบอก จะฟ้องเรียกค่าเสียงหายกับเมียน้อย ตามกฎหมาย ฐานทำให้เีมียหลวงเสื่อมเสีย เรียนกฎหมายมาเหมือนกัน รู้ข้อกฎหมายว่า ฟ้องร้องได้

            แม่ของเมียน้อยถึงกับอึ้ง เลยบอกว่าจะขอปรึกษากับว่าที่ลูกเขยก่อนว่า จะเอายังไง ฝ่ายสามี (ว่าที่ลูกเขย) ไม่อยากแบ่งเงิน+สมบัติจากการหย่า แต่ถ้าหย่ากันแล้ว เมียน้อยจะได้แต่งงาน แม่จะได้ลูกเขยเต็มตัว มีสิทธิ์ในทรัพย์สินต่างๆ

            เมียหลวงคาดการณ์ว่า ถ้าเกิดการฟ้องหย่า แม่ของเมียน้อยจะช่วยเป็นพยาน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายเธอ อยากให้หย่าให้เสร็จ ลูกของเธอจะได้มาแทนที่เสียที

            บุึกบ้านเมียน้อยแล้ว อาจจะเป็นประโยชน์กับคดีความที่จะเกิดขึ้นก็ได้ หนามตำใจเธอมานาน หนามนี้ จะเริ่มทิ่มตำทางสามีมั่งแล้ว