แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ sad-lovekt แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ sad-lovekt แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 12 คนเลวของเธอ& หนามตำตาสามี

            (ต่อจากหนามตำใจ 11) หลังจากตอนที่ 11 เผยแพร่ออกไปได้ไม่กี่วัน

            "ฮัลโหล คุณเป็นคนเขียนเรื่องเมียหลวงเมียน้อย ในเวบหรือเปล่า"
            "อืม"
            "เอาข้อมูลมาจากไหนเหรอ"
            "..ก็เขียนไปเรื่อยเปื่อยตามเรื่องตามราว"
            "นั่นมันเรื่องของผมนะ คุณรู้หรือเปล่า"
            "อ้าว เรื่องของคุณจริงเหรอ ไม่ได้ระบุชื่อใครนี่นา"
            "เรื่องของผม ลบออกได้ไหม กำลังมีเรื่องราวกันอยู่"
            "...เรื่องของคุณจริงเหรอ แน่ใจนะ"

            ..คุณสามีโทรมานั่นเอง หลังจากความร้อนแรงของเนื้อหาในหนามตำใจ 11 ที่หลายคนติดตามอ่าน คงมีคนนำไปเล่าให้ผู้เป็นสามีฟังจนหนามตำตาตำใจ ต้องรีบโทรมาด่้วน แล้วเขาก็วางสายไป เมื่อไม่มีเสียงตอบรับที่ชัดเจนว่า จะลบออกหรือไม่

            "..ฮัลโหล คุณเอาเรื่องของ "สามี" ไปเขียนเหรอ" โทรศัพท์มาอีกสายหนึ่ง หลังจากสามีวางสายไปไม่นาน
            "อือม..ทำไมหรือ"
            "เขียนเรื่องแบบนั้น ไม่ค่อยดีนะ เขากำลังมีเรื่องร้อนอยู่
            "แล้วเป็นเรื่องเขาคนนั้นจริงหรือ คุณอ่านหรือยัง"
            "ก็สามีเขาบอกว่า เป็นเรื่องของเขา ผมยังไม่อ่านหรอก แต่คงไม่ดีแน่ๆ"
            "แน่ใจหรือว่าเป็นเรื่องของเขาคนนั้น อ่านดูหรือยัง"
            "เฮ้อ..พวกเราควรช่วยเยียวยา พวกเขานะ รับปากมั้ยว่าจะลบเรื่องที่เขียน"
            "แล้วมันเรื่องของเขาคนนั้นจริงหรือ แน่ใจหรือเปล่า"
           
            คนโทรมาบอกว่า ต้องเยียวยา ย้ำคำว่าเยียวยาหลายครั้ง เมื่อไม่มีคำตอบรับในสิ่งที่ต้องการ จึงวางสายไป

            สองสายที่โทรมา คือ สามี และเพื่อนของสามีนั่นเอง ที่พึ่งรู้ว่ามีเรื่องหนามตำใจ ที่มีมาตั้ง 11 ตอนแล้ว น่าเสียดายที่เพื่อนๆของสามี ไม่เคยรับรู้เรื่องราวของเมียหลวง นอกจากฟังจากสามีฝ่ายเดียว

* * *  *

            เช้าวันใหม่ เรื่องที่สามีและเพื่อนโทรมา ก็รู้ถึงเมียหลวง!!
   
            " แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นเรื่องของคุณ ในเรื่องไม่ได้ระบุชื่อใคร เป็นสามีคนไหนก้ไม่รู้ ชื่อสถานที่ก็ไม่ได้ระบุว่าที่ไหนกันแน่ ถ้าคุณว่าเป็นเรื่องของคุณ มาคุยกันซิว่าเรื่องตรงไหนที่ไ่ม่ถูกมั่ง"

            คนที่จะลบเรื่องหนามตำใจก็คือ เมียหลวงนั่นเอง สามีและเพื่อนต้องไปเจรจากับเมียหลวงจึงจะถูกคน

            "หนามตำใจไม่ได้ระบุอะไรที่ชัดเจน, รูปก็ไม่มี แต่ใน facebook อันหนึ่ง มีทั้งรูปภาพที่ชัดเจน เขียนตรงๆ ใช้คำตรงๆ ว่ากันตรงๆ ให้รู้ว่าใครเป็นใคร เวบนั้นชัดเจนกว่า อยากให้่ไปเปิดอ่านมั่งนะ"


            ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายเมียหลวงจะถูกสามีกล่าวหาว่าเป็นคนผิดอยู่ตลอด ฝ่ายเพื่อนของสามีก็เชื่อเพื่อน ช่วยเพื่อนตลอด เชื่อว่าเมียหลวงเป็นคนผิด ทำให้เรื่องวุ่นวาย ฝ่ายสามีพยายามแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด แต่เมียหลวง ทำให้เรื่องต่างๆมันยุ่งยากมากขึ้น

            "สามีโทรมาบอกตลอดว่า เด็กคนนั้นมันเถื่อน มันทำได้ทุกอย่างจะฟ้องเอาผิดทางวินัยก็ได้ ยังไงสาีมีก็ไม่ทิ้งเธอหรอก ช่วยถอนฟ้องเถอะ พูดแบบนี้มาตลอด ก็ในเมื่อคุณรักกันมาก ก็ไปเจรจากับที่รักของคุณสิว่า อย่าฟ้องผมนะั ถ้ารักกันก็น่าจะคุยกันได้"

            เื่มื่อเกิดคดีฟ้องร้อง ได้รับหมายศาลแล้ว มีหลายคนคิดว่า สามีน่าจะทิ้งเมียน้อย กลับมาสู่อ้อมกอดของเมียหลวงและลูกๆ แต่สามีก็ยังอยู่ัเมียน้อย และโทรมาขอให้เมียหลวงถอนฟ้องทุกวัน
          
            เรื่องมาถึงขนาดนี้ แต่เมียหลวงยังไม่เห็นว่า สามีจะมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวแม้แต่นิด ขอหย่าก็ไม่ยอมหย่า  สามีพยายามทำหน้าที่พ่อของลูก  "เมื่อมาหาลูก ลูกชายก็ไม่อยากไปกับพ่อ  สามีก็ด่าว่า เีมียหลวงเป็นคนเสี้ยมสอนลูกให้เกลียดคนเป็นพ่อ ทำไมเลวอย่างนี้"

            "แล้วเวลาที่เขามารับลูกไปอยู่ด้วย เคยดูแลเอาใจใส่มั่งมั้ย รับลูกไปก็ให้ไปอยู่กับปู่ย่า ตัวเองไม่ค่อยดูแล  ตอนที่อยู่บ้านแม่ ทั้งแม่ ตา ยาย ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด แต่สามีไม่ค่อยใกล้ชิดลูกเลย ลูกก็ไม่ค่อยติืดปู่ย่าเหมือนตา-ยาย มีวันหนึ่ง สามีโทรมาคุยกับเธอ เรื่องปัญหาเมียน้อยในช่วงเวลานั้น เํธอกำลังขับรถอยู่ เกิดความรู้สึกเจ็บปวดในสิ่งที่สามีพูดออกมา จนทนไม่ไหว ร้องไห้น้ำตาไหลอย่างเจ็บปวด ซึ่งตอนนั้น ลูกชายนั่งอยู่ในรถด้วย ลูกชายคนโตก็รู้จักความ รู้อะไรเป็นอะไรแล้ว ลูกคงคิดเองรู้เอง สังเกตว่า ทำไมไม่ร้องไห้ ทำไมพ่อกับแม่เจอกัน ถึงไม่ัรักกันเหมือนพ่อแม่ บ้านอื่นๆ แม่ไม่ต้องบออะไรลูกเลย ลุกชายก็รู้ว่าพ่อเป็นคนยังไง ลูกชายเลยไม่ยอมเข้าใกล้พ่อ ทั้งๆที่เธอสอนให้ลูกรักพ่อมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ยอมให้สามีได้ทำหน้าที่พ่อของลูก แต่เขาทำตัวไม่ดีเอง"

            เมียหลวงขอหย่าหลายครั้ง แต่สามีไม่ตอบรับ ไม่ยอมหย่าด้วย ทั้งๆที่เมียหลวงสังเกตว่า ครอบครัวของสามี ไม่เอาเธอแล้ว
          
            "มีครั้งหนึ่ง เมียหลวงไปร่วมงานศพงานหนึ่งพร้อมสามี ปู่ ย่า และลูกๆ ช่วงที่มีการประกาศชื่อเจ้าภาพในงาน โฆษกอ่านแต่ชื่อสามีเท่านั้น แล้วอ่านรายชื่อต่อไป ทั้งๆที่เธอก็นั่งอยู่ในงาน และยังเป็นเมียของเขาอยู่ ยังใช้นามสกุลของเขา อีกช่วงหนึ่ง มีการเรียกไปถ่ายรูปหมู่ สามีและครอบครัวของเขาไปยืนถ่ายรูปกันพร้อมหน้า แต่ไม่ยอมเรียกเธอที่นั่งอยู่ในงาน เหมือนเ้ป็นส่วนเกิน ครอบครัวของสามี ไม่เอาเธอแ้้ล้ว.."

            เมียหลวงพยายามเจรจาขอหย่ามาตลอด สาีมีก็ไม่ยอม ในขณะที่สามีไปมีเมียน้อยอย่างออกหน้าออกตา แต่เมียหลวงไม่เคยไปคบกับผู้ชายคนไหน ไม่กล้าไปกินข้าวกับใคร ไม่กินเหล้า ไม่เที่ยว เอาแต่ทำงานตลอด เพราะถ้าทำอะไรไม่เหมาะสม เมียหลวงมีแต่จะเสียกับเสีย แต่สามีก็ยังใช้วาจา  คารม พูดให้คนอื่นเข้าใจว่า เีมียหลวงเป็นคนไม่ดี เลวร้าย แล้วสามีจะให้เธออยู่แบบนี้ไปทำไม ทำไมไม่หย่า.

            เมียหลวงเจรจาขอหย่า ขอแค่บ้านที่อยู่ และรถยนต์ที่ต้องใช้ ขอเท่าที่จำเป็น ทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากนี้ไม่ต้องการแล้ว แต่สามีก็ยังไ่ม่ยอมหย่า จะกักตัวเธอไว้ทำไม??

            "ตอนนี้ฟ้องคดีแล้ว ต้องจ่ายค่าเสียหายตามที่เรียกไป ถ้าให้ถอนฟ้องก็ต้องจ่ายเงินเท่านั้นเหมือนกัน หลังจากนั้นคุณจะไปทำอะไรกัน จะไปแต่งงานกัน หรือไปหาเงินใหม่ก็ได้ จะยืดเยื้อต่อไปอีกทำไม ปล่อยให้ฉันมีชีวิตในเส้นทางของฉันมั่ง เมื่อคุณไม่ต้องการฉันแล้ว คุณจะขังฉันไว้อีกทำไม"

            ตั้งแต่ใช้ชีวิตครอบครัวร่วมกัน เมียหลวงเป้นกำลังสำคัญ หารายได้เข้าสู่ครอบครัว จนมีทรัพย์สินหลายอย่างในบ้าน สามีจึงมีเวลากินเที่ยว ใช้เงินเดือนของตัวเองได้เต็มที่ เมื่อแยกบ้านกัน สามีต้องใช้จ่ายมากขึ้น เงินทองที่ร่อยหรอลง คงทำให้สามีคิดหนัก ถ้าการหย่าร้างต้องแบ่งทรัพย์สินที่มีอยู่ คงไม่เป็นผลดีกับฝ่ายสามี และอีกหลายเหตุผลที่หลายคนยังสงสัยว่า ทำไมถึงไม่ยอมหย่า

            สามีพยายามอ้อนวอน ขอให้เมียหลวงถอนฟ้องเมียน้อย แต่ล่าสุด ก็หาทนายมาสู้คดีให้ฝ่ายเมียน้อยไว้แ้ล้ว

            ปัญหาจะยืดเยื้อไปอีกแค่ไหน หรือจะจบลงแบบไหน ก็อยู่ที่การตัดสินใจของสามี หากไม่แก้ไขปัญหาและตัดสินใจด้วยความรัก ความเข้าใจและความรับผิดชอบ เรื่องก็จะยืดเยื้อต่อไป ทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บปวดต่อไปเรื่อยๆ แต่ฝ่ายเมียหลวงได้เรียนรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ศึกษาหาความรู้เรื่องกฎหมาย พยายามตัดสินใจอย่างรอบคอบ ฝ่ายสามี็ก็คิดและทำในสิ่งที่ตนคิดว่า ถูกต้องต่อไป แต่ปัญหายังไม่จบสักที

            ในตอนต้นเรื่อง  สามีและเพื่อนอยากให้ลบเรื่องราว หนามตำใจออกไป แต่มันไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด ปัญหาที่เกิดขึ้นระยะเวลาที่ผ่านไปมันมากกว่า 11-12 ตอน ถ้าตกลงกันได้ ตัดสินใจ ถูกต้องเหมาะสมด้วยความรับผิดชอบ ปัญหาจะจบลงด้วยทั้งสองฝ่าย

            อยากจะยุติปัญหาหรือยืดเยื้อต่อไปก็อยู่ที่คุณสามีจะตัดสินใจยังไง ถ้ายังคิดหาทางไม่ได้ แก้ไขปัญหาที่ถูกต้องไม่ได้ คำพูดเหล่านี้ก็ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ....


สกมฺมุนา หญฺญติ ปาปธมฺโม...
"คนมีสันดานชั่ว ย่อมลำบากเพราะกรรมของตน"


จงอย่าใช้ชีวิตอย่างหญิงไร้ที่ศ​รัทธาและละทิ้งคุณธรรม
เพราะ...พวกนางคือเชื้อเพลิงแห่​งไฟนรก
“และไม่มีผู้ใดจะเข้าไปในนั้น นอกจากผู้ที่เลวทรามที่สุด”

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 11 -หมายศาล....เธอกับเขา และครอบครัวของเรา


             (ต่อจาก หนามตำใจ 10) ...แม้ว่า ผู้ใหญ่หลายคนจะพยายามช่วยเหลือให้ครอบครัวนี้คืนดีกันให้ได้ แต่ความเจ็บช้ำที่เมียหลวงได้รับ จากการกระทำของสามีมาตลอด มันสุดที่จะทนไหวแล้ว ในที่สุด เมียหลวง จึงตัดสินใจให้ทนาย ยื่นฟ้องชดใช้ค่าเสียหายทันที



            แล้วหมายศาล ก็ถูกส่งไปถึงบ้านของเมียน้อยทันที!!! 24 สิงหา เมียน้อยจะต้องไปขึ้นศาล...

            หมายศาลที่ส่งมาถึงบ้าน คงทำให้คนที่บ้านเมียน้อย ช็อคไปเหมือนกัน จนผู้เป็นแม่ับังเกิดเกล้าของเมียน้อยต้องโทรมาถามเมียหลวงทันที



            "ทำไมถึงฟ้องคดีกับลูกของฉัน ..คนอื่นเป็นเมียน้อยตั้งเยอะแยะ...ไม่เห็นโดนฟ้องเลย .ทำไมทำกันรุนแรงอย่างนี้"

            เมียหลวงไม่ได้เกิดความสงสารต่อถ้อยคำค่ำครวญของผู้เ็ป็นแม่ของเมียน้อยแต่อย่างใด แล้วที่พวกเธอทำกับเมียหลวงและลูกๆล่ะ ไม่รุนแรงอย่างนั้นหรือ กับการทำลายครอบครัวของเธอ   คิดว่าการเป็นเมียน้อย การแย่งสามีคนอื่นเป็นเรื่องที่ไม่ผิดงั้นหรือ โทรมาคร่ำครวญแบบนี้ นึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ไม่เคยนึกถึงคนอื่นที่เสียหายจากการกระทำแบบนี้

            "...สังคมทุกวันนี้...เสื่อมมาก มาก ขนาดคนเป็นแม่...แทนที่จะสอนลูกให้รู้จักศีลธรรม  ดันสนับสนุนให้ลูกทำผิด...ไอ้ผู้ชาย...ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักศิลธรรม พอโดนแค่นี้...กลับหน้าบางซะงั้น" เมียหลวงได้ระบายความอึดอัดออกมาบ้าง



            "....แต่...เขายังไม่ยอม "หย่า" ให้เลยนะ..แค่...เซ็นสัญญาข้อตกลงการหย่าว่า...แบ่งอะไรให้ใคร แค่นั้น. เขายังไม่ยอม."    เมียหลวงย้ำปมปัญหาที่ต้องสู้ต่อไป

            เมื่อเกิดเรื่องราวใหญ่โตอย่างคิืดไม่ถึง สามีเกิดมีสำนึกของความเป็นพ่อขึ้นมาทันที โทรมาบอกเมียหลวงบ่อยครั้งว่า ..."คิดถึงลูก" พยายามมาง้อเพื่อจะให้เมียหลวงถอนฟ้อง อาทิตย์ที่ผ่านมา สามี พยายามมาหาเมียหลวงและลูกที่บ้าน  แต่ลูกชายคนโต ไม่เข้าใกล้ผู้เ็ป็นพ่อแม้แต่น้อย

            เมียหลวง รู้สึกสงสารลูกชายคนโตเหมือนกัน เพราะเขารับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างพ่อ-แม่ได้จริงๆ  เธอไม่อยากให้ลูกเกิดความรู้สึกแบบนี้ แต่คนเป็นพ่อ ยังคงทำตัวไม่ดีเช่นเดิม

            วันเวลาที่ผ่านไป แม้เีมียหลวงจะเดินเรื่อง ฟ้องเรียกค่าเสียหายแล้ว แต่เมียน้อยยังคงโพสต์รูปภาพที่ถ่ายกับสามีของเธอ เหมือนจะยั่วให้เมียหลวงเจ็บปวดมากขึ้น  แต่เมียหลวงได้แต่ปลงกับสิ่งที่ยังคงเกิดขึ้น

           "..... ยิ่งโพสภาพพวกนี้มากเท่าไหร่...​ยิ่งน่าสมเพชและเวทนา เอาเป็นว่า...เมื่อไหร่ที่ผ​ู้ชายคนนี้เขาพาเธอเข้าบ้าน​แทนบังกาโล แล้วค่อยมาอวดนะ...เพื่อทำใ​ห้เธอมีค่ามากยิ่งขึ้น..."

            "....ผู้ชายบางคน...ยอมเสียเงินเ​พื่อซื้อบริการทางเพศ  แต่ผู้ชายบางคน...เขาเสียแค​่เหล้าหนึ่งขวดพร้อมโชว์เพา​ ว์เวอร์กับเพื่อนฝูง...เขาก​้อสามารถมีกาหรีส่วนตัวโดยไ​ ม่ต้องเสียเงินเพิ่ม.."

            "...อ้อ...ถามคนที่เธอกอดด้วยละ​ เขาดีใจและภูมิใจกับภาพที่​่่เธอโพสหรือเปล่า ?"

            ดูเหมือนสังคมจะเสื่อมมากกว่าที่คิด เมื่อ เด็กสมัยใหม่...นอนกับสามีค​นอื่น ยังเอารูปมาโชว์อีก!!!

            แม้หลักฐานจะคาตา ชัดเจนขนาดนี้ เมียหลวงขอหย่า แต่สามีก็ไม่ยอมหย่า


            "เขาไม่ยอมหย่ากับเมีย...จนถ​ึงทุกวันนี้ มันก้อยังยืนยันว่า "ไม่หย่า" ส่วนเธอ...ไปคุยกันเองว่าจะ​อยู่ในฐานะไหน เพราะ...ตอนสมสู่กันไม่ได้บ​อกฉัน ดังนั้น...อย่ามายุ่งกับฉัน​และลูกของฉันอีก .... ถ้าหมดความอดทนเมื่อไหร่...​คนที่เดือดร้อนจะไม่ใช่แค่เ​ธอ"



            เมียหลวงไม่อยากจะกอดทะเบียนสมรสอีกแล้ว อยากจะหย่าซะที เมื่อทางสามีได้รับหมายศาล เขาพยายามโทรมาตื้อ พูดจาหว่านล้อม ขอให้ถอนฟ้องเถอะ พยายามเกลี้ยกล่อมจนเงินในโทรศัพท์หมด ซึ่งสามียังคงพยายามต่อไป แต่เมียหลวงไม่เจรจาด้วย เพราะให้โอกาสมานานแล้ว แต่ไม่แก้่ไขซะที ถ้าถอนฟ้อง ยิ่งจะได้ใจอีก จะทำลายตัวเองต่อไป

            สามี พยายามหว่านล้อม อ้อนวอนขอให้ถอนฟ้องเรียกค่าเสียหาย เพราะเมียน้อยไม่มีเงิน ซึ่งเมียน้อยจะต้องมาเิอาเงินกับสามี และสามีก็กลัวว่า เมียน้อยจะร้องเรียนเขา กลัวจะถูกเอาผิดทางวินัย เ้พราะสามีเป็นข้าราชการ เมียหลวงตอบกลับไปทันทีว่า

            ".เรื่องของคุณ เพราะ...เราไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว"

            "........"
            "...รู้ด้วยเหรอว่า "ผิดวินัย" ตอนทำไม่เห็นกลัวนิ..."

            "...ไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะร้ายขนาดนี้"
            "ชั้นก็เสียใจ เพราะไม่คิดว่าคนที่เลือกมาเป็นพ่อของลูก เขาจะทำกับชั้นและครอบครัวขนาดนี้.."

            "...ทำไมเธอไม่ทน"
            "ฉันแต่งงานมาเป็น 10 ปี มีลูก 2 คน แต่เด็กนั้นเดินเข้ามาไม่ถึงปี ทำลายชีวิตฉัน ชีวิตลูกของฉัน...เขาสมควรต้องชดใช้"

            "..ผมไม่เคยคิดจะทิ้งครอบครัว ยังมาหาลูกเหมือนเดิม ไม่เคยทำหน้าที่ขาดตกบกพร่อง..."
            "คุณคิดว่า...ฉันกับคุณจะสามารถกอดกันต่อหน้าลูก เดินจูงมือกันไปเที่ยวแบบครอบครัวเหมือนที่เราเคยทำได้เหรอ..."

            ตอนนี้...ลูกทั้ง 2 คน เขาสูญเสียความรัก ความอบอุ่นของครอบครัวไปแล้ว และไม่มีวันจะได้กลับมา ดังนั้น...คนที่ทำลายชีวิตลูกของเธอ มันต้องชดใช้ ทางฝ่ายสามียังโทรมากวนตลอด หว่านล้อมด้วยคำพูดหลายอย่าง ..สรุป...ถอนฟ้องได้มั๊ย ขอร้อง...

            "ฉันพูดตั้งนานแล้วว่าจะฟ้อง เด็กนั้น แม่ของเขา รวมทั้งคุณก้อรู้ว่าจะฟ้อง...แต่ไม่มีใครมาเคลียร์กับฉันซักคน
แถมยังบอกว่า..คุณกำลังปรึกษาทนาย เดี๋ยวจะรอหมายศาล..."

            "...ต่อให้แม่ของเด็กคนนั้น จัดดอกไม้ธูปเทียนมากราบ...ก้อไม่ถอนฟ้อง ฉันลงทุนไป...ทั้งค่าทนาย ค่าธรรมเนียมศาล
เรียกค่าเสียหาย...แค่ 300,000 เอง ถ้าถอน...หมายถึง 300,000 ไม่ขาดแม้แต่บาทเดียว"


....


            โบราณกล่าวไว้ว่า...ไม่เห็นโลงศ​พ ไม่หลั่งน้ำตา
เช่นเดียวกับผู้หญิงที่แย่งสามี​คนอื่น...ไม่เห็นหมายศาล ไม่หลั่งน้ำตา
ไม่ว่าผลของคดีจะออกมายังงั​ย...หวังว่าคงเป็นอุทาหรณ์ส​ำหรับคนที่คิดจะแย่งสามีของ​คนอื่น



            ทะเบียนสมรส" ไม่ใช่แค่แผ่นกระดาษที่มีไว้ประ​กาศความเป็นเจ้าของ หรือมีไว้เพื่อประคองกอดให้สะใจ​เล่นๆ หรือเพื่อให้กฎหมายรองรับสถานะเ​ท่านั้น แต่ทะเบียนสมรสมีค่ามากกว่านั้น​...

            เพราะ...ทะเบียนสมรสเป็นหลั​กฐานทางกฎหมายที่ทำให้สามีภ​ รรยาได้ทั้งสิทธิและหน้าที่​ต่อกันในเรื่องทรัพย์สินเงิ​นทอง การจัดการงานบ้านงานเรือน การอบรมเลี้ยงดูลูก และสิทธิที่จะอ้างความเป็นส​ามีหรือภรรยาไปยันกับคนนอก เช่น การเรียกค่าเสียหายฐานละเมิ​ด หากว่ามีใครมาทำสามีหรือภรร​ยาเราตาย โดยเราสามารถอ้างได้ว่าทำให​้เราขาดไร้ผู้อุปการะ หรือสิทธิรับมรดกหากเราอายุ​ยืนกว่าคู่สมรสเรา และการป้องกันคนนอกมายุ่งเก​ี่ยวกับคู่ชีวิตของเรา

            เราสามารถเรียกร้องฝ่ายชู้แ​ละคนของเราเองได้ ในกรณีที่คนนั้นๆ ต้องแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีค​วามสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามี หรือภรรยาของคนอื่นเขาก็ถู​กเรียกร้องสิทธินี้ได้ หรือมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา​ เช่น รูปถ่าย มีพยานบุคคลไปเห็นว่าเขาอยู​่กินร่วมกัน มีสถานการณ์ที่จะสันนิษฐานว​่ามีความสัมพันธ์มากกว่าเพื​ ่อนในเชิงชู้สาวทางเพศหรือเ​ปล่า ถ้ามีก็ฟ้องได้





และวันนี้.. เมียน้อยก้อได้รับหม​ายศาลนั้นจริง จริง
และหลักฐานทุกอย่าง...เมียน้อยเอ​งก้อเป็นคนส่งมาให้เมียหลวง
 เจอกัน 24 สิงหาคม 2554 ณ ศาลจังหวัด...นะคะ
 บทสรุป...เธอกับเขา และครอบครัวของเรา

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 10 - คำขอของรุ่นพี่กับแผลรักที่ถูกยื้อ

            (ต่อจาก หนามตำใจ 9) หลังจากที่ไปทำบุญแล้วเจอพระป่าทักว่า เรื่องคดีฟ้องหย่า สู้ไปก็ไม่ชนะ และสามีถูกคุณไสย เมียหลวงซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ค่อยเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ แต่คำพูดของพระป่า ทำให้เธอต้องคิดหนัก มีคนบอกให้ฟังหูไว้ห ู อาจจะเป็นจริง หรือไ่ม่จริงตามที่พระป่าพูดก็ได้

            แต่รูปถ่ายระหว่างสามีกับเมียน้อย หลักฐานมันชัดเจนขนาดนั้น เธอคิดว่า น่าจะชนะคดีแน่นอน ฝ่ายสามีคงยากที่จะแก้คดีให้ชนะได้

            เมื่อทนายความกลับจากไปเจรจาที่สำนักงานที่สามีทำงานอยู่ ทนายความบอกว่า คงจะยังไม่ยื่นฟ้องทั้งหมด แต่ข้อเรียกร้องบางอย่าง น่าจะยื่นฟ้องได้ ทำเอาเมียหลวงอึ้ง การฟ้องร้องคดีเริ่มมีอุปสรรคซะแล้ว



            เมียหลวงจึงไปพบกับหัวหน้าสำนักงานที่สามีทำงานอยู่ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เรียนจบจากสถาบันเดียวกับสามี และรู้จักกับเธอเป็นอย่างดี ซึ่งแต่ก่อน เมียหลวงเคยทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่สำนักงานแห่งนี้ จนได้พบกับสามี คบหาจนรักกัน ตัดสินใจแต่งงานกัน รุ่นพี่หัวหน้าสำนักงาน ทั้งรัก ห่วงใย เอ็นดู น้องทั้งสองเป็นอย่างดี รู้จักทั้งคู่มาตั้งนาน เมื่อเมียหลวงจะทำเรื่องฟ้องหย่า รุ่นพี่หัวหน้าเก่าของเธอเลยเรียกเธอไปพบ

            รุ่นพี่หัวหน้าสำนักงานพูดกับเธอตรงๆว่า ขอก่อนได้ไหม อย่าพึ่งฟ้องคดี เพราะรักและห่วงใยน้องทั้งสองคน ไม่อยากให้แตกหักกัน โดยรุ่นพี่จะขอพูดกับสามีของเธอ จะเคลียร์ให้เรื่องต่างๆจบลงด้วยดี ลงตัว เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย เลยขอให้เมียหลวงอย่าพึ่งฟ้อง ส่วนเรื่องที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเมียน้อย รุ่นพี่หัวหน้าสำนักงานบอกว่า ไม่ห้ามในเรื่องนี้
           
            "แต่ถ้าคุยแล้ว ถ้าไม่ไหวจริงๆ พี่จะบอกให้สามีของเธอไปหย่าให้เลย ไม่ต้องฟ้องให้เสียเวลา"

            เมียหลวงรู้สึกอึดอัดมากๆ แล้วที่ผ่านมา สิ่งที่สามีทำกับเธอล่ะ มันเจ็บปวดมากแค่ไหนกัน จะต้องยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน แต่ด้วยความเกรงใจและเคารพในรุ่นพี่หัวหน้าคนเก่าที่ขอร้องเธอ จึงต้องรอ เรื่องฟ้องร้องก็ต้องชะลอไว้ก่อน

            เมียหลวงนึกถึงคำพระป่า สู้ก็ไม่ชนะ!! ..เฮ้อ นึกว่าจะจบแล้ว แต่ก็ยังไม่จบอีก ....นึกว่าเรื่องหนามตำใจน่าจะจบในตอนที่ 8 แต่ก็ยังไม่จบจนได้สิ

            นึกถึงคำพูดของพระป่าหลายคำ หรือว่าจะเป็นจริง

            แต่ก่อน สามีเคยรักลูกปานดวงใจ แต่ตอนนี้ บอกว่าจะไม่เอาลูกแล้ว เมื่อเมียหลวงไปที่บ้าน ไปบอกแม่ของสามีว่าจะฟ้องหย่าแล้ว เมื่อแม่ของสามีรู้ความจริง ก็สั่งห้ามไม่ให้พาเมียน้อยเข้าบ้าน และอยากให้เลิกกัน แต่สามีก็ไปอยู่กับเมียน้อย วันเสาร์-อาทิตย์ แทนที่จะกลับบ้านแม่ ก็ไม่กลับ หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม... หรือเป็นผลจากคุณไสย!!

            เมียหลวงนั่งคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะพูดกับสามีหลายครั้งเมื่อจับได้ว่า สามีมีผู้หญิงคนอื่น ขอหย่าๆๆๆๆๆ แต่สามีไม่เคยพูดเรื่องหย่าเลยสักครั้ง มีแต่เธอขอหย่้าฝ่ายเดียว หลายครั้งที่เธอตั้งคำถามกับตัวเองและลองถามเพื่อนๆว่า เธอทำรุนแรงเกินไปหรือเปล่า แต่เื่่มื่อนึกถึงสิ่งที่เมียน้อยท้าทาย ส่งรูปมาให้ดู ใครจะทนเจ็บปวดอยู่ได้



            นึกถึงคำของพระป่าอีกครั้ง ญาติของฝ่ายเมียน้อย ทำคุณไสย ผูกดวงของสามี พระป่าบอกว่า แรกๆ เมียน้อยไม่เห็นด้วย แต่ก็ยอมที่จะทำตามสิ่งที่ผู้ใหญ่ฝ่ายนั้นบอก โดยเลิกกับแฟนเก่า มาคบกับสามีของเธอ  ..... มิน่า สามีของเธอถึงติด หลงไหลเมียน้อยเหลือเกิน หลงนานมากกว่าผู้หญิงคนอื่นที่เคยติดพัน

            เมียหลวงพยายามทำใจปล่อยวางหลายครั้ง ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของสามี อยากจะทำอะไรก็ตามสบาย แต่ลึกๆ ก็ยังแอบนึกถึงสามีอยู่ ยังรู้ข่าวของสามีอยู่ตลอด  ใจหนึ่งเจ็บปวด ใจหนึ่งยังแอบนึกถึง     

            วันเวลาผ่านไป หนามตำใจนี้ มันถอนไม่ออกซะแล้ว ยิ่งนานยิ่งปักลึก คิดว่าเรื่องมันน่าจะจบแล้ว แต่ก็ยังไม่จบง่ายๆ......

            .....แผลรักยังถูกยื้อต่อไป....

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 9 - คำเตือนของพระป่ากับคุณไสยจากเมียน้อย


            (ต่อจาก หนามตำใจ8)  หลังจากที่เมียหลวงตัดสินใจเดินหน้าจะฟ้องหย่า ให้ทนายทำเรื่องเตรียมยื่นฟ้องเมียน้อยด้วย แล้วได้มอบหมายให้ทนายความไปที่สำนักงานที่สามีทำงานอยู่ ไปติดต่อกับผู้บังคับบัญชาในสำนักงานนั้น แจ้งรายละเีอียดเรื่องนี้ให้รับรู้และจะให้เป็นพยานด้วย แล้วเมียหลวงก็รอฟังผลจากทนาย ส่วนเธอก็ทำงานไปตามปกติ

            เมื่อความเครียดเข้าครอบงำงอีกครั้ง เมียหลวงจึงตัดสินใจไปทำบุญ สงบจิตใจ โดยเลือกไปที่วัดป่าแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึง ได้เข้าไปกราบพระสงฆ์รูปหนึ่ง และจะทำบุญกับท่าน พระมองหน้าแวบหนึ่ง แล้วบอกให้เธอไปเก็บดอกไม้ขึ้นมา



            หลังจากที่เมียหลวงไปเก็บดอกไม้ขึ้นมาแล้ว ครู่หนึ่ง พระป่าก็ทักขึ้นมาว่า หน้าตาของเธอดูไม่ดีเลย กำลังเกิดปัญหาครอบครัว แล้วพูดรายละเอียดที่เกิดขึ้น พูดถึงลูก2 คนของเธอ และปัญหาที่กำลังเจอ และบอกว่า ดวงคู่ครองของเธอ กำลังดวงตก อยากรู้รายละเอียดก็ถามมาได้เลยนะ

            เมียหลวงถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ เธอยังไม่ได้พูดสักคำ แต่พระป่าก็พูดเ่รื่องราวของเธอ เหมือนกับรู้เรื่องของเธอมาก่อน เมื่อท่านถามว่า อยากรู้เพิ่มเติมไหม จึงรีบตอบไปว่า อยากรู้ค่ะ แม้จะไม่ค่อยเชื่อถือเรื่องแบบนี้มากนัก พระป่าจึงบอกว่า
   
            "แฟนโดนผูกดวง มีญาติของผู้หญิงคนนั้น 3-4 คน เอาดวงของแฟนเธอไปผูกไว้ 4 ที่ แม้ดวงของแฟนเธอจะแข็ง ต้องไปผูกดวงถึงแห่งที่ 4 จึงสำเร็จ " แล้วพระป่าก็บอกสถานที่ทั้ง 4 ให้เธอรู้



            สถานที่ 2 แห่ง อยู่ใกล้บ้านแม่ของเมียหลวง ในเขตจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งการผูกดวงด้วยวิธีการทางไสยศาสตร์นี้ ทุก 45 วนจะต้องสวดใหม่เพื่อให้ดวงอยู่ แม้จะฟ้องหย่าได้ แ่ต่แฟนจะไม่ไปไหน จะวนเวียนมาหาตลอดไป

            เรื่องไสยศาสตร์ คนรุ่นใหม่อย่างเีมียหลวงไม่เคยเชื่อมาก่อน เธอเชื่อในวิทยาศาสตร์ที่ต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐานที่ชัดเจน เมื่อได้ยินเรื่องไสยศาสตร์ เธอไม่เชื่อทันที แต่ก็ฟังสิ่งที่พระป่าพูด

            "เรื่องคดีความที่จะฟ้องหย่า เมื่อขึ้นศาลแ้ล้ว
                1. เื่รื่องสินสมรสจะได้นะ แต่ได้ไม่เยอะ
                2. เรื่องคดีความ สู้ไปก็ไม่ชนะ เพราะบารมีของแฟนมีมากกว่า
                3. แม้จะหย่ากัน สามีก็จะมาหาตลอด และไม่มีโอกาสที่จะมีแฟนใหม่
                4. เรื่องคดีความ ที่ต้องสู้ในศาล จะต้องสู้ถึงขั้นอุทธรณ์
                5. แม้จะพยายามหย่า แต่จะเกิดปัญหากับสิ่งที่ทั้งคู่รัก"




            เมียหลวงได้ฟังคำทักของพระป่าแล้วอึ้ง นึกว่าฟ้องหย่าแล้วจะชนะง่ายๆ แบบนี้ไม่ง่ายซะแล้ว สู้ก็ไม่ชนะ ไม่มีโอกาสมีแฟนใหม่ แล้วจะเกิดปัญหากับสิ่งที่ทั้งคู่ัรัก เธอคิดถึงลูกขึ้นทันที ทั้งเขาและเธอต่างรักลูก

            พระป่ายังบอกอีกว่า ถือซะว่าเป็นกรรมเ่ก่าของสามี ส่วนเมียหลวงจะช่วยเหลือหรือจะอยู่เฉยๆก็ได้

            "ก่อนหน้านี้ โยมหย่ากันมานานแล้ว (แยกบ้าน) ไม่ต้องไปยุ่งแบบนี้ ก็จะได้ทุกอย่างแล้ว ยิ่งไปทำเรื่องคดีความ ยิ่งจะไม่ได้.. ตอนนี้จิตใจร้อนรุ่ม ควรทำจิตให้เย็น ปฏิบัติตนในศีลธรรม เย็นเอาไว้ อย่าร้อน"

            "ถ้าไม่อยากเสียลูก ให้รอจนลูกคนเล็กพูดได้ ลูกจะบอกเองว่า หนูจะอยู่กับแม่ ญาติๆฝ่ายสามีจะยอมให้ลูกมาอยู่เอง ส่วนสามีที่เจอคุณไสย ถือเป็นกรรมเก่า บุญเก่าของเขา โยมจะทำบุญสังฆทาน แก้ไขกรรมเก่าให้เขาก็ได้ หรือจะไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าอยากได้เขาคืนมา ก็ไปถอนมนต์ทั้ง 4 ที่"

            เมื่อเมียหลวงออกจากวัดป่า เธอสับสน บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่เธอไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ภายในใจจึงต่อต้านเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่เหตุการณ์ในชีวิตที่พระป่าพูดมา ตรงกับเธอทุกเรื่อง แล้วพระป่ารู้ได้ยังไง รู้เรื่องคดีความ เตือนว่า บารมีของสามี มีมากกว่าเธอ แถมสู้ไปก็ไม่ชนะ

            น่าคิดเหมือนกัน เพราะสามี มีเพื่อนเป็นทนายความ 2 คน กำลังดูหลักฐานหาืทางสู้คดีช่วยเพื่อน เป็นไปได้เช่นกันที่ ทนายความทั้ง 2 คนจะทำคดีให้สามี ชนะเธอ

            เมียหลวงสับสนพอสมควร ใจหนึ่งไม่อยากจะยุ่งกับสามีอีกแล้ว พยายามปล่อยวางแล้ว แต่ข้างในใจกลับร้อนรุ่มดังไฟเผา ...หนามตำใจ

            ไม่เคยเชื่่อเรื่องไสยศาสตร์ เลยโทรถามพี่ชายคนที่ไว้ใจ ถามว่า เชื่อเรื่องนี้ไหม เขาบอกว่า ให้ฟังหูไว้หูละกัน แต่สังคมไทยในชนบท เรื่องนี้ยังมีอยู่ การผูกดวงทำคุณไสยอย่างนี้ คุ้มเหมือนกัน ถ้าได้สามีของเธอไป ทำงานมีฐานะมั่นคง ก็สามารถเลี้ยงดู ให้เงินเมียน้อยได้ สังคมไทยยังเชื่อเรื่องแบบนี้อีกเยอะ อย่างข่าวคราวของ อาจารย์หนู กันภัยนั่นไง

            มีหลายสิ่งลี้ลับที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่ก็เกิดขึ้นจริง

            เมื่อเมียหลวงออกจากวัดป่า ก็ไปยังสถานที่ 4 ที่ ที่พระป่าบอก ซึ่งสถานที่นั้น ก็มีจริงๆ 2 แห่งอยู่ใกล้ๆบ้านเธอ เมื่อแวะไปที่หนึ่ง ได้สอบถามคนที่อยู่แถวนั้น เขาบอกว่า มีคนมาผูกดวงที่นี่จริงๆ ถ้าเธอต้องการให้แก้ไขให้ก็สามารถทำได้ แต่ต้องจ่ายเงินแพงหน่อย เมียหลวงคิดหนักเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่เขาคนนั้นเรียก เลยยังตัดสินใจไม่ทำ เก็บเงินไว้เป็นค่านมของลูกจะดีกว่า



            ทีแรกไม่เชื่อ แ่ต่เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง เธอยิ่งคิดหนัก คำพูดของพระป่า เป็นจริงหลายอย่าง เธอยิ่งคิดหนักเมื่อพระป่าบอกว่า สู้ไปก็ไม่ชนะง่ายๆ....


            แต่เมียหลวงได้ส่งทนายความไปยังที่ทำงานของสามีแล้ว รอฟังผลดีกว่า จะมีอุปสรรคอะไรอีกไหม??

            หนามตำใจ มันปักลึกจริงๆ

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คุณค่าของหนามตำใจ บันทึกชีวิตเน่าๆที่ตรงกับเสี้ยวชีวิตของคนอ่าน

            บันทึกเรื่องเน่าๆ บัดซบที่หลายคนบอกไว้ น่าแปลกที่ชีวิตของอีกหลายคน ต้องเจอเรื่องบัดซบ เรื่องเน่าๆในนชีวิตครอบครัวแบบเรื่อง หนามตำใจนี้

            แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากให้ชีวิตเป็นแบบนี้ หรือ มีส่วนที่คล้ายบางตอนบางเสี้ยวของเรื่องหนามตำใจ แต่คู่สมรสนั่นหละ จะเป็นคนทำให้เิกิดเรื่องเน่าๆในชีวิตคู่หรือไม่ ต้องถามคนนั้นล่ะ

            มีคนที่อ่านแล้ว ต้องลุ้นตาม บางคนรู้แล้วว่า เมียหลวง เมียน้อย และสามี คนที่ว่ามา เป็นใครใน facebook อยู่ที่ไหน แต่หลายคนก็ยังไม่รู้



            มีคนหนึ่งบอกว่า ทำไมเรื่องนี้หนักจัง เมื่อหันมามองชีวิตของตัวเองเปรียบเทียบดูแล้ว ก็ไม่ได้แย่ บัดซบถึงขนาดนี้ ทำให้มีกำลังใจต่อสู้กับชีวิตครอบครัวเน่าๆของตัวเองต่อไป

            อีกคนเจอปัญหาครอบครัว แต่เล็กกว่าเรื่องหนามตำใจ เมื่ออ่านเรื่องราวที่เมียหลวงได้พบ เออ หนักกว่าชีวิตของตัวเอง เจอเรื่้องหนักๆแบบนั้น เมียหลวงยังสู้ แล้วคนอ่านอย่างเธอจะใจเสาะยอมแพ้ได้ยังไง ลูกผู้หญิงก็มีความเข้มแข็งเหมือนกันนะ

            บางคนอ่านแล้ว พูดไม่ออก โนคอมเม้นต์ แต่เกิดแรงฮึด มีกำลังใจที่เข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิม

            ใครบางคนได้เห็น ได้บางสิ่งบางอย่างจากเรื่องเน่าๆ เห็นเื่รื่องน้ำเน่าแล้ว เกิดความคิดใหม่ๆในชีวิตขึ้นมา ก็ถือได้ว่า เป็นคนที่คิดเป็น แต่สำหรับอีกหลายคน เรื่องน้ำเน่าก็ถือว่า มันน้ำเน่า ไม่สนใจใส่ใจกับเรื่องเ่น่าๆแบบนี้

            ไ่ม่ว่าจะหนามต้นงิ้ว หนามกุหลาบ หนามในใจ หนามไมยราบ หนามทุเรียน หนามตำแย ฯลฯ จะมีค่าหรือไร้ค่า ก็ขึ้นกับสายตาของคนที่มอง...


วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 8 - เดินหน้า ปิดบัญชีรัก


            เมื่อเมียหลวงสู้ บุึกบ้านเมียน้อยแล้ว วันเดียวกันนั้น ก็ขับรถมาที่บ้านย่า (แม่ของสามี) มาบอกว่าจะฟ้องหย่าแล้วนะ พร้อมบอกเหตุผล แม่ย่าจึงถามว่า ทำไมต้องโวยวาย และทำแบบนี้ด้วยล่ะ น่าจะอดทนให้มากๆหน่อยนะ

            ดูท่าทางแล้ว แม่ย่าก็ยังคงเชื่อในตัวลูกชาย(สามีเธอ) คงคิดว่า เธอหาเรื่องโวยวาย อาละวาด ทั้งๆที่ไม่น่าจะทำแบบนี้ เหมือบกับการเห็นการมีเมียน้อยเป็นเรื่องปกติ
       
            "แล้วย่าจะให้ต้องแบ่งเวลากันเหรอไง จันทร์ถึงศุกร์ อยู่กับเมียน้อย เสาร์ อาทิตย์อยู่กับเมียหลวง แบบนี้ไม่ไหว ถ้าเมียน้อยท้องขึ้นมา ก็ยุ่งอีก ก็คงต้องฟ้องหย่าตามที่บอกไว้"

            เธอบอกเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้ว เพราะเหลือทนจริงๆ จึงบอกอีกครั้งว่าจะฟ้องหย่าอะไรบ้าง เมียน้อยมันท้าทาย ระรานจริงๆ แล้วเล่าใ้ห้ฟังว่า สามีกับเมียน้อยทำอะไรไว้บ้าง ย่าได้แต่นิ่งฟัง ไม่พูดอะไร

            เธอบอกว่า จะเอาลูกคนโตกลับไปอยู่ด้วย ไม่อยากให้สามีกับเมียน้อยเป็นคนเลี้ยงลูกของเธอ ย่าก็ตามใจ ลุกไปช่วยเก็บเสื้อผ้าให้ ลูกชายก็ดีใจที่จะได้กลับบ้านมาอยู่กับแม่

            ระหว่างออกจากบ้านย่า ผู้เป็นแม่ถามว่า ไม่ได้อยู่กับพ่อ ไม่สียใจเหรอ ลูกชายรีบตอบว่า ดีใจที่จะได้นอนกอดแม่มากกว่า อย่าให้ลูกกลับไปอยู่บ้านพ่อนะ ลูกเป็นผู้ชายจะช่วยแม่เลี้ยงน้องคนเล็ก แม่เป็นผู้หญิงคงเลี้ยงไม่ไหว... แหม ลูกชายเข้าใจพูดจริงๆ การที่เธอได้ลูกกลับมาอยู่ด้วยในตอนนี้ ถือว่าดีแล้ว

            แต่ยังมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กับสามีอีก อยากให้สามี เอาิเงินส่งค่างวดให้หมด ปลดหนี้รถให้หมดไปเลย และให้ส่งเสียเงินค่าเลี้ยงดูบุตรในแต่ละเดือนตามจำนวนที่จะได้ตกลงกัน ซึ่งเธอจะไม่ติดใจเอาความกับเงินในบัญชีธนาคาร ที่เคยเปิดร่วมกัน 2 บัญชี แต่สามีถอนเงินทั้งหมดออกจากบัญชีแ้ล้ว ขอให้ส่งงวดรถให้หมดก็พอ และแบ่งสินสมรสตามกฎหมาย เท่านี้ทุกอย่างจบ



            ถ้าตกลงตามที่บอกไป  ก็โอเค ไม่ต้องฟ้องร้องคดีความมากมาย ให้ตัดสินใจเอง

            ช่วงที่ไปบ้านแม่ของเมียน้อย ก็ยื่นข้อเรียกร้องไปแล้ว ให้ตัดสินใจภายในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 10 มิ.ย.54 ถ้าไม่ตกลงก็จะเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตามตัวบทกฏหมาย แม้ว่า แม่ของเมียน้อยบอกว่า ไม่มีเงินหลายแสนที่จะจ่ายค่าเสียหาย แต่เธอตัดสินใจจะฟ้องเมียน้อย  สามีคงจะหาเงินมาจ่ายให้

            หลังจากนี้ ทนายจะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ ต่อไป ให้คุยผ่านทนายความเป็นหลัก



            เมื่อขับรถกลับบ้าน เธอรู้สึกดีใจที่ลูกกลับมาอยู่กับผู้เป็นแม่ ดูแล้ว เรื่องราวหนามตำใจ ใกล้จะจบลงแ้ล้วกระมัง ถ้าฝ่ายสามี และเมียน้อย ยอมตามข้อเสนอ แต่เธอก็รู้มาว่า เพื่อนของสามี 2 คน ที่เป็นทนายความ กำลังหาทางต่อสู้คดีให้้ เอารูปฉาวมานั่งดู  คิดหาช่องทางช่วย เธอได้แต่แอบขำ ในเืมื่อภาพมันชัดเจนขนาดนั้น แล้วจะแก้ตัวยังไงล่ะ

            ที่ผ่านมา เีมียหลวงและสามีใช้เงินกันคนละกระเป๋า เมียหลวงทำงานหารายได้พิเศษจากงานประจำ ได้เงินเพิ่ม และเป็นคนจ่ายทุกอย่างในบ้าน สามีจึงไม่ต้องจ่าย จึงมีเงินกิน เที่ยวกับเพื่อนๆอยู่บ่อยๆ แต่เมื่อต้องแยกทางกันแล้ว ทุกอย่างสามีจะต้องจ่ายเอง ยังจะต้องดูแลส่งเสียเมียน้อย ค่ากินอยู่ สารพัด เมีนน้อยยังเป็นนักศึกษายังไม่มีงานที่มั่นคง  คิดแล้วก็ปลง เมื่อเวลาผ่านไป สามีจะเป็นคนรู้เอง เืมื่อจะต้องจ่าย และดูแลอีกคน

            สามีหาเรื่องให้ตัวเองแท้ๆ แต่ตอนนี้ สามียังคิดว่า ตัวเองเป็นฝ่ายถูก เมียหลวงเป็นฝ่ายผิดที่โวยวาย หาเรื่อง เพื่อนสนิท 2 คนที่เป็นทนายก็พยายามช่วยเพื่อน เข้าข้างว่า เพื่อนถูก  จะช่วยให้ไม่ต้องแบ่งสินสมรส แต่ฝ่ายแม่ของเมียน้อยอยากให้หย่าไปเลย
ดูท่าเกมนี้คงสนุกไม่เบา

        เมียหลวงขอเดินหน้าปิดบัญชีรักกับสามี หย่าขาดกันให้ชัดเจน แบ่งสินสมรสตามกฎหมาย แ้ล้วอยากจะอยู่กับเมียน้อยก็เชิญตามสบาย

        "คงจะจบแล้วล่ะ หนามตำใจ  คุณคิดว่า จะจบหรือยัง" เมียหลวงถามนายบอนในคืนวันนั้น

            จะจบไม่จบ ก็อยู่ที่ฝ่ายสามี ว่าจะสู้คดียังไง จะยอมได้แค่ไหน  อาจจะจบเร็ว หรือยืดเยื้อกันต่อไป และถึงจะเจ็บปวดอีกแค่ไหน ยังไงก็ต้องปิดบัญชีรัก หย่าให้ได้...

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 7 - บุกบ้านเมียน้อย

            หลังจากที่ถูกสามี และเมียน้อยทำให้ช้ำใจ เสียใจจนสุดจะทน เมียหลวงอยากเคลียร์ให้มันจบ เพราะเมียน้อยท้าทายมากๆ  ถ้าไม่ทำอะไร คงเหมือนตายทั้งเป็นไปทุกที เมียหลวงเลยตัดสินใจ สู้...

            หลังจากที่หาข้อมูล จนได้ข้อมูลมากขึ้น ในที่สุด 9 มิ.ย.54 เมียหลวงตัดสินใจขับรถข้ามจังหวัด บุกขึ้นบ้านของเมียน้อยทันที หลังจากที่วันก่อน ได้คุยกับแฟนเก่าของเมียน้อย ได้รู้ข้อมูลหลายอย่าง ว่าเมียน้อยเป็นคนอำเภอไหนในจังหวัดนั้น  จึงตัดสินใจบุกเข้าบ้าน หาความจริง ว่าทำไมเมียน้อยถึงทำตัวแบบนี้ ทำไมถึงแย่งสามีชาวบ้าน

            เข้าไปในบ้าน บ้านนั้น มีแต่แม่ของเมียน้อย ส่วนพ่อ เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว  แม่ทำงานเป็นหมอนวด  รายได้ต่อเดือนประมาณ 3,000 บาท ดูหน้าตาแล้ว อายุไม่ห่างไกลกันมากนัก จึงเรียก "พี่" ได้ เพราะดูแล้วยังไม่แก่มาก

            ว่าแล้ว เมียหลวงก็ถามตรงๆ ว่าทำไมถึงปล่อยให้ลูกสาวไปอยู่กับสามีของเธอล่ะ  ไม่รู้เหรอว่า สามีมีเมียแล้ว และยังไม่ได้หย่าร้างกันด้วย



            แม่ของเมียน้อยบอกว่า สามีของเธอ มารับอุปการะลูกของเธอ เพราะเอ็นดูมากๆ จะส่งเีสียเลี้ยงดูให้เรียนหนังสือ โดยวันอาทิตย์จะมารับที่บ้าน วันศุกร์จะมาส่ง สามีของเธอมากับกลุ่มเพื่อนสนิทหลายคน (แต่ช่วงหลังๆ สามีมาคนเดียว) และบอกว่า จะดูแล และจะแต่งงาน จะได้เป็นลูกเขยของแม่ด้วย

            เมียหลวงจึงพูดขึ้นมาทันทีว่า "แล้วพี่ไม่เห็นใจหัวอกของคนเป็นเมียหรือ ทำไมถึงสนับสนุนให้ลูกสาวทำแบบนี้" แม่ของเมียน้อยบอกว่า  เดี๋ยวก็คงจะหย่าร้างกัน ถ้าหย่าแล้วจะเอาลูกสาวเป็นเมียแต่ง

            เมียหลวงได้ฟังแ้ล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น มิน่าล่ะ เห็นใน facebook ของเมียน้อย ขึ้นสถานะว่า แต่งงานแล้ว อยู่กับสามี
           
            "ที่แท้...เกมนี้เขาเตรียมการทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว เรา...ก้อแค่หมากในเกมส์ ไม่มีทางที่จะตามทัน"

            เมียหลวงจึงถามอีกหลายคำถาม แต่แม่ของเมียน้อยไม่กล้าตอบ เมียหลวงเลยบอกให้โทรหาลูกสาว บอกว่าจะเอายังไง แม่ของเมียน้อยก็อึ้งๆไปเหมือนกัน

            เมียหลวงจึงบอกออกมาตรงๆว่า ถ้าหย่าร้างกับสามี ก็อยากจะได้ลูกกลับมาเลี้ยงเอง ไม่อยากให้อยู่กับสามี และเมียน้อย แต่ฝ่ายสามียังไ่ม่อยากหย่า เพราะไม่อยากแบ่งเงิน และทรัพย์สินหลายอย่างคนละครึ่ง

            รุกถามหลายคำถาม จนแม่ของเมียน้อยพูดไม่ออก เลยถามกลับบ้างว่า แต่ก่อนสามีของเธอก็มีเมียน้อยหลายคน แล้วทำไมถึงมาเอาเรื่องกับลูกสาวของเธอหนักถึงขนาดนี้  เมียหลวงเลยตอบทันทีว่า ลูกสาวของคุณท้าทายมาก หยามมากๆ เคยโทรเตือนสติแล้ว เตือนไปว่าจะฟ้องคดีความ แต่เมียน้อยก็ยังท้าทาย ส่งรูปมาตอกย้ำให้ช้ำใจอีก

            "แล้วจะเอายังไำงล่ะ"

            เธอบอก จะฟ้องเรียกค่าเสียงหายกับเมียน้อย ตามกฎหมาย ฐานทำให้เีมียหลวงเสื่อมเสีย เรียนกฎหมายมาเหมือนกัน รู้ข้อกฎหมายว่า ฟ้องร้องได้

            แม่ของเมียน้อยถึงกับอึ้ง เลยบอกว่าจะขอปรึกษากับว่าที่ลูกเขยก่อนว่า จะเอายังไง ฝ่ายสามี (ว่าที่ลูกเขย) ไม่อยากแบ่งเงิน+สมบัติจากการหย่า แต่ถ้าหย่ากันแล้ว เมียน้อยจะได้แต่งงาน แม่จะได้ลูกเขยเต็มตัว มีสิทธิ์ในทรัพย์สินต่างๆ

            เมียหลวงคาดการณ์ว่า ถ้าเกิดการฟ้องหย่า แม่ของเมียน้อยจะช่วยเป็นพยาน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายเธอ อยากให้หย่าให้เสร็จ ลูกของเธอจะได้มาแทนที่เสียที

            บุึกบ้านเมียน้อยแล้ว อาจจะเป็นประโยชน์กับคดีความที่จะเกิดขึ้นก็ได้ หนามตำใจเธอมานาน หนามนี้ จะเริ่มทิ่มตำทางสามีมั่งแล้ว

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 6 - เจอแฟนเก่าของเมียน้อย

            สามีของเธอเป็นคนเ้จ้าชู้ระดับเทพ หลายคนรู้จักดี ที่ผ่านมา เคยมีเมียน้อยหลายคน แต่ทว่า เมียน้อยคนปัจจุบันคนนี้ แน่จริงๆ ท้าทายเมียหลวงมากๆ ที่ส่งรูปถ่ายบาดตาบาดใจให้เมียหลวงได้ดูผ่านทางอินเตอร์เนต Facebook  เมียหลวงเคยโทรคุยกับเมียน้อยโดยตรงแล้ว ทั้งบอก ทั้งเตือนสติ ว่า สามียังไม่ได้หย่ากับเธอ ยังเป็นสามี ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีลูกกันแล้วนะ แล้วยังจะแย่งสามีชาวบ้านอยู่อีกหรือ

            ทั้งที่เคยเตือนเมียน้อยมาแล้ว แต่เมียน้อยยังคงท้าทายเมียหลวง

            เจอแบบนี้ มีหรือที่เมียหลวงจะยอมให้หยามกันซึ่งๆหน้า เมียหลวงเลยคิดสู้ เมื่อส่งรูปมาให้ดูทาง facebook ดีนัก ก็เลยติดตามดูข้อมูลซะเลยเพื่อหาข้อมูลของเมียน้อยเพิ่มเติม ดูว่า มีใครที่เป็นเพื่อนใน facebook ของเมียน้อยบ้าง แ้ล้วก็ตัดสินใจขอเป็นเพื่อนกับผู้ชายคนหนึ่ง



            แล้วผู้ชายคนนั้นก็ตอบรับการเป็นเพื่อนทาง facebook เมื่อออนไลน์ในเวลาตรงกัน ได้คุยกัน ทีแรกก็คุยกันเรื่องทั่วๆไป แต่พอถามถึงเมียน้อย ก็ได้เรื่องทันที

            ผู้ชายคนนั้น ซึ่งมีอายุน้อยกว่า เมียหลวง บอกว่า เขาเป็นแฟนเก่าของผู้หญิงคนนี้ ยิ่งคิดยิ่งแค้น ที่ต้องถูกเธอทิ้ง เธอเป็นนักศึกษาเรียนพาณิชย์ อายุวัยนักศึกษาประมาณ  19-20 ปี  แต่ที่ผ่านมา  เธอเปลี่ยนที่เรียนอยู่บ่อยๆ

            แล้ววันหนึ่ง ก็มาเจอสามีของเธอ ซึ่งเรียกว่า ป๋า คบหากัน ไปเที่ยวกัน แล้วก็ติดใจป๋า ป๋าก็ควงไปไหนต่อไหนหลายแห่ง แล้วก็มีอะไรกันจนได้ ในที่สุด เมื่อแฟนเก่ารู้เรื่อง ก็สอบถามทำไมถึงทำแบบนี้ พยายามเตือนเธอให้คิดให้ดีๆ แล้วยื่นคำขาด ถามกันตรงๆว่า เธอจะเลือกใคร ระหว่างเขา กับป๋า เธอบอก เลือกป๋า ทำเอา แฟนเก่าต้องอกหักทันที

            ยังไง ป๋าก็เป็นข้าราชการ มีเงินเดือน สามาถรถเลี้ยงดูส่งเสียเธอได้ เทียบกับแฟนเก่าที่เป็นนักศึกษา ยังไม่มีงานทำมั่นคง เลยขอเลือกป๋าดีกว่า ทำเอาแฟนเก่าคับแค้นใจยิ่งนัก ที่ถูกหยามถึงขนาดนั้น

            เมื่อแชทกันทาง  facebook คุยกับเมียหลวง ได้ระบายความรู้สึกเจ็บปวด อารมณ์เดียวกัน แต่แฟนเก่าบอกว่า ผมยังเด็ก ยังหาใหม่ได้ แต่สำหรับพี่ หนักหนาเหลือเกิน เมื่อได้เจอคนที่บาดเจ็บจากเมียน้อยเหมือนกัน มาคุยกัน ก็ทำให้หายเศร้าได้บ้าง แล้วเธอก็ได้น้องชายเพิ่มมาอีกคน ซึ่งน้องชายคนใหม่บอกว่าจะช่วยสืบหาที่อยู่ และข้อมูลของเมียน้อยมาให้เธอ ทำให้เมียหลวงยิ้ม ที่กำลังจะได้ข้อมูลที่ต้องการ

            ข้อมูลที่ต้องการ เมียหลวงก็จะนำมาใช้ในเรื่องการฟ้องหย่า และฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเมียน้อย ตามสิทธิทางกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้เธอพร้อมแล้ว ได้ปรึกษากับทนายความ โดยได้มอบหลักฐาน คือ ภาพถ่าย ที่เมียน้อยส่งมาให้นั่นเอง  สิ่งที่ส่งมาเพื่อให้เมียหลวงตรอมใจตาย แต่สุดท้าย เีมียหลวงก็เอาสิ่งนี้ มาฟ้องร้องค่าเสียหายซะเลย

            ถ้าเมียน้อยไม่ส่งภาพเหล่าี้นี้มาให้ เมียหลวงก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า จะเอาหลักฐานอะไรมาฟ้องคดีเหมือนกัน

            เรื่องหย่าร้าง ก็ต้องว่ากันตามกฎหมาย ต้องแ่บ่งสินสมรสกันครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งทางฝ่ายสามี ไม่อยากให้แบ่งเลย อยากให้ทรัพย์สินหลายอย่าง เป็นของเขาฝ่ายเดียว ไม่อยากให้เมียหลวงได้อะไรไปเลยด้วยซ้ำ



            แต่เมื่อไปกันไม่ได้อีกแล้ว ก็ต้องหย่า เมียหลวงได้เตรียมเอกสารพร้อมแล้ว รายละเอียดต่างๆ ทั้งทรัพย์สินที่ขอแบ่ง มีอะไรบ้าง เตรียมข้อมูลไว้หมดแล้ว และเข้าสู่ัขั้นตอนต่างๆทันที ซึ่งในสัปดาห์หน้า เธอจะำทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จตามกำหนด และสัปดาห์ถัดไป ก็จะลุยในเรื่องของคดีความกันต่อไป

            เมื่อเมียน้อย ซึ่งเป็นนักศึกษา หน้าใส เมื่อสามีชอบสเปคแบบนี้ ก็เชิญตามสบาย เมียน้อยยังมาท้าทายเมียหลวงเหลือเกิน ฝ่ายสามีก็หลงเมียน้อย มองว่า เมียหลวงเป็นฝ่ายผิด เป็นฝ่ายหาเรื่องให้ยุ่งยากวุ่นวาย เมื่อเข้าข้างกันดีนัก เธอก็พร้อมสู้ และยิ่งรู้เรื่องของเมียน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ จากแฟนเก่านั่นเอง

            ดูไปแล้ว เริ่มจะมองเห็นทางที่จะบ่งหนามที่ตำใจออกได้แล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 5 - ปฏิบัติการกำจัดเมียหลวง

            โดยปกติแล้วเมื่อเมียหลวงจับได้่ว่า สามีไปมีเมียน้อย เหตุการณ์ที่ตามมาคือ เมียหลวงมักจะกดดัน หรือแสดงอิทธิฤทธิ์ให้่สามีเลิกกับเมียน้อยให้ได้  แต่สำหรับกรณี หนามตำใจในเรื่องนี้ สถานการณ์กลับตาลปัตร เมื่อ สามีเลืิอกเมียน้อย แล้วตัดสินใจทิ้งเมียหลวง ถึงขั้นจะหย่าร้าง ทั้งๆที่สร้างครอบครัว มีทายาทเป็นโซ่ทองคล้องใจถึง 2 คน แต่ สามียังตัดสินใจ เลือกเมียน้อย !!

            น่าสนใจว่า เมียหลวงพลาดตรงไหน ลูกทั้งสองไม่สามารถทำให้สามี เลือกครอบครัวได้เลยหรือ ทั้งๆที่ทั้งคู่พึ่งจะมีลูกคนที่่สองเมื่อไม่นานมานี้เอง ความรักความผูกพัน ไม่มีความหมายเพียงพอสำหรับสามีเลยหรือ

            แล้ว เมียหลวงพลาดตรงไหน ทำไมสามีถึงเลือกเมียน้อย ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ซ้ำรอยกับใครอีก



            ก่อนแต่งงาน เมื่อทั้งคู่เริ่มคบหาดูใจ และคลิกตรงกันหลายอย่าง วันเวลาผ่านไป ฝ่ายหญิงยิ่งมั่นใจว่า ผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ และตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันนับแต่วันนั้น แต่เพื่อนฝูงที่รู้จัก ได้เตือนหลายครั้งว่า คิดดีแล้วหรือที่เลือกผู้ชายคนนี้  เพราะขึ้นชื่อเรื่องเจ้าชู้มากๆนะ

            แต่เธอก็มองโลกในแง่ดี จะเจ้าชู้ยังไง วันนึงก็คงรู้จักพอ และหยุดเอง อายุมากขึ้น คงจะไปเจ้าชู้กับใครไม่ไหว คนเจ้าชู้ถือว่าเป็นคนมีเสน่ห์ ถ้าแต่งงานมีครอบครัวกันแล้ว เขาคงจะมีความรับผิดชอบมากขึ้น ถึงตอนนั้น สาวคนไหนก็คงไม่สำคัญเท่ากับเมีย

            เธอคงจะใช้ความรัก ความจริงใจ ความเข้าใจมอบให้เขา และคงจะปราบความเ้จ้าชู้ของเขาได้



            หลังจากแต่งงานกันแล้ว สามีก็ยังติดเพื่อนเช่นเดิม เพื่อนสนิทในกลุ่มหลายคน ยังโสด จึงแวะเวียนมาพบปะสังสรรค์กับสามีได้เหมือนเดิม แต่ความเจ้าชู้ยังไม่ลดลง ในช่วงที่เมียหลวงนั่งทำงานอยู่ในบ้าน ที่หน้าบ้านที่สามีและเพื่อนๆนั่งสังสรรค์กันอยู่ ยังมีการส่งสายตาให้สาวๆที่ผ่านไปผ่านมาหน้าบ้าน ยังคุยเรื่องผู้หญิงเหมือนเดิม ซึ่งเมียหลวงก็ทำใจไว้แล้ว เรื่องความเจ้าชู้ จะให้เลิกได้ในทันทีก็คงยากเหมือนกัน แต่คิดว่า ต้องให้โอกาสเขาบ้าง คงจะค่อยๆเลิกได้เอง

            สามียังออกไปเที่ยว สังสรรค์กับเพื่อนเหมือนเิดิม และแล้ว เมียหลวงก็จับได้ ว่า สามี ไปเที่ยวผู้หญิง เธอต้องทนแล้วทนอีก แต่ถ้าจับได้คาหนังคาเขา มีหลักฐานจะจะ  เมียหลวงก็ โวยวาย ต้องเคลียร์ทันที สามีก็เลิกรากับผู้หญิงคนนั้น หลายคนไปเที่ยวแค่ชั่วคราว ผ่านแล้วก็ผ่านไป

            เมียหลวงจับเรื่องเจ้าชู้กับผู้หญิงของสามีได้ แบบจะจะ ถึง 5 ครั้ง แต่ละครั้งก็เจ็บปวดช้ำใจ ทนแล้วทนอีก ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก  ขนาดมีลูกแล้ว ยังไม่เลิกเรื่องผู้หญิง จนในที่สุด เมียหลวงตัดสินใจ กลับไปอยู่บ้านแม่ เป็นคนละจังหวัดแต่เขตติดต่อกันกับจังหวัดที่สามีอยู่ หลายครั้งที่เธอขอหย่า แต่สามี ไม่พูดเรื่องนี้ด้วย ได้แต่นิ่ง แล้วทำหน้าที่มารับ-ส่งลูก เอาไปอยู่ด้วยช่วงหนึ่ง อีกช่วงเอามาส่งผู้เ็ป็นแม่ และรับผิดชอบการผ่อนรถให้

            เมื่อแยกบ้าน ทางสะดวก สามีก็ไปเที่ยวกับเพื่อนอย่างสบายใจ ไม่ต้องรีบกลับเข้าบ้านเหมือนช่วงที่เมียหลวงอยู่  จนได้มาเจอกับเมียน้อยคนนี้ และได้มาเข้ามาพักที่ห้องเช่า ที่อยู่ใกล้กับบ้านพักของสามี เป็นห้องเช่าของเพื่อนในกลุ่ม ให้เมียน้อยคนนี้ มาพักอยู่ที่นั่นเลย ทำให้สามีเจอเมียน้อยทุกวัน ไปไหนมาไหนกันได้ตลอดเวลา  จนดูเหมือน เมียน้อยเป็นเมียหลวงอยู่บ้านกับสามี

            แล้วเมียหลวงก็ได้เห็นภาพถ่ายบาดตาบาดใจ ของสามีที่อิงแอบแนบชิดกับเมียน้อย บางภาพพาเมียน้อยออกงานสังคม บาดหัวใจยิ่งนัก ยิ่งปรี๊ดสุดขีด ต้องมาเคลียร์หลายครั้ง ทั้งกับตัวสามี และเพื่อนๆของสามี ที่ปล่อยให้เิกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง ฝ่ายสามี ได้แต่นิ่งเป็นหลัก ปล่อยให้เีมียหลวงโวยวายไป แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปเอง

            แต่เมียหลวงยิ่งมาโวยวายบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนสามีอึดอัดมากขึ้น  ภาพบาดตาบาดใจ ก็ออกมาเรื่อยๆ ทั้งๆที่เป็นภาพที่อยู่กัน สองต่อสองระหว่างสามีกับเมียน้อย ในห้องมิดชิด แล้วภาพก็โผล่ในเวบไซต์ส่วนตัว ทำให้เมียหลวงได้เห็นภาพเหล่านั้น เหมือนตั้งใจที่จะส่งมาให้เห็นเรื่อยๆ  เมื่อทำแบบนี้ เหมือนหยามกันชัดๆ ยิ่งเห็นยิ่งเจ็บปวด เมียหลวงเลยระบายความรู้สึกเจ็บปวด ผิดหวังในเวบไซต์ส่วนตัว เมื่อสามีรู้ ก็ไม่พอใจ บอกว่า ทำแบบนี้ไม่ไว้หน้าักันเลยนะ

            เมื่อสามีเจอเมียน้อย ทางนั้นก็เอาใจอย่างดี หันมาทางเมียหลวง ทางนี้ก็เอาแต่โวยวาย ผิดหวัง แบบนี้สามีอยู่กับเมียน้อย สบายใจกว่า

            ดูเหมือนฝ่ายสามีได้เปรียบหลายอย่าง ลูกก็เรียนอยู่ในโรงเรียนในเขตจังหวัดที่สามีทำงานอยู่ เมียหลวงก็อยู่บ้านแม่ แต่ก็เหมือนไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว สามียังมีความรับผิดชอบ ช่วยผ่อนค่ารถ และค่าใช้จ่ายบางส่วนให้บ้าง

            วันเวลาผ่านไป เมียหลวงยิ่งช้ำใจ ร้องไห้ เพราะภาพบาดตาบาดใจ และเรื่องราวของสามีกับเมียน้อยที่รับรู้มา ทำให้ช้ำใจมากขึ้น เมื่อถูกทำร้ายจิตใจ เมื่อระบายความรู้สึกในเวบไซต์ส่วนตัว คุณสามีก็ไม่พอใจที่ไมยอม่เข้าใจเขาและเมียน้อย เอ้า เมื่ออยากหย่านัก ก็จะหย่าให้



            เมียน้อยคนนี้ สามารถกำจัดเมียหลวงออกจากสามีได้หรือนี่

            เรื่องราวหนามตำใจนี้ เ็ป็นบันทึกเหมือนการรายงานสถานการณ์ีชีวิตที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เมื่อถึงที่สุดแล้ว ใครจะเป็นฝ่ายชนะ ใครจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ใครจะพอใจไม่พอใจ ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า เรื่องราวจะจบลงแบบไหน แต่มีคนเอาใจช่วยเมียหลวงให้ชนะ แต่จะชนะเมื่อไหร่ แบบไหน ยังไง ยังไม่รู้

            สิ่งที่จะเกิดขึ้น แล้วแต่การตัดสินใจของเมียหลวง ซึ่งอาจจะชนะ ได้ในสิ่งที่คิด และวางแผนไ้ว้ หรือยังไม่เป็นไปอย่างที่คิด ก็ต้องดูกันต่อไป

            หนามตำใจ ยิ่งปักลึก ยิ่งเอาออกยากจริงๆ

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 4 - น้ำตา การตัดสินใจของผู้เป็นแม่



            ในละครทีีวี นิยายต่างๆ ผู้ประพันธ์ สามารถเขียนเรื่องนั้นให้จบลงตามที่คิดไว้ได้ แต่ในชีวิตจริง แม้หลายคนอยากให้ชีวิตเป็นไปตามหนทางที่คิด และวางแผนไว้ แต่ก็มีทั้งสมหวัง และผิดหวังสลับกันไป เช่นเดียวกับ เรื่องในครอบครัว หนามตำใจ เมียหลวงอยากให้เรื่องมันจบอย่างที่คิด แต่จริงๆแล้ว ก็ไม่แน่ใจนักว่ามันจะจบอย่างไร จบอย่างที่คิืดหรือไม่ หรือยังไม่จบ...


            คนที่จะทำให้จบ ก็คือ คนที่เกี่ยวข้อง สามคน - สามี - เมียหลวง-  เมียน้อย แต่ละคนก็มีเป้าหมายต่างกัน


            สำหรับเมียหลวง หลังจากที่ทนทุกข์ทรมาน ปวดใจ เจ็บช้ำมาหลายปีกับพฤติกรรมของคุณสามี ถึงวันนี้ เธอเหนื่อยมากพอกับเรื่องเหล่านั้นแล้ว ไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีกแล้ว ถ้าหย่า ก็จบกันไป แต่ติดขัดที่เรื่องของลูก 2 คน ถ้าเกิดการหย่าร้าง สามีจะเอาลูกทั้งสองคน ไปเลี้ยงดูเอง ซึ่งลูกก็ต้องอยู่กับ ผู้เป็นพ่อ และ "แม่คนใหม่" หรือ เมียน้อยของพ่อ


            เมียหลวงอยากจะเอาลูกทั้งสองมาดูแลเอง ช่วงที่ผ่านมา เมื่อลูกไปอยู่กับพ่อในบางวัน คุณพ่อก็เอาลูกไปฝากให้ญาติช่วยดูแลแทนอยู่บ่อยๆ แล้วก็ไปกับเมียน้อย  ดูเหมือนว่า หน้าที่ของผู้เป็นพ่อ เป็นการส่งเสียเลี้ยงดูลูกด้วยเงินเป็นหลัก แต่ความรักความอบอุ่น ต้องแบ่งปันกันกับ "แม่คนใหม่"


            เมียหลวงคิดแล้วคิดอีก ว่า ลูกจะเสียโอกาสทางการศึกษาหรือเปล่า ช่วงนี้กำลังเปิดเทอมใหม่  เพราะลูกเรียนอยู่ในโรงเรียนในจังหวัดที่สามีอยู่ ส่วนเมียหลวงอยู่บ้านในเขตจังหวัดติดกัน


            คิดๆๆๆ เรื่องนี้ จนคิดไม่ิิออกว่า เรื่องมันจะจบแบบไหน ดูเหมือนหนทางข้างหน้ายังมืดมนอยู่ แม้จะก้าวออกมาสู้แล้วก็ตาม


            "วันนี้วันของเขา วันหน้าวันของเรา  วันนี้ท้องฟ้ามืดมิด แต่วันข้างหน้าจะได้เจอกับท้องฟ้าสดใส" มีใครคนหนึ่งพูดให้กำลังใจแก่เมียหลวง ที่เริ่มท้อแท้อีกครั้ง





            เมื่อเมียหลวงคิดถึงเรื่องลูกทีไร น้ำตาเริ่มรินไหลทุกที ทั้งเหนื่อย ทั้งเจ็บปวดกับสิ่งที่เ้กิดขึ้น ใจหนึ่งอยากเอาลูกกลับมาดูแลเอง แต่อีกใจก็ยังนึกถึงผู้เป็นสามี ซึ่งเป็นพ่อของลูกเช่นกัน ยังมีความรักลูกเหมือนกัน


            แต่เมียหลวงก็ตั้งใจที่จะสู้ เพื่อให้ลูกทั้งสองเป็นของเธอ ขอเป็นคนดูแลเลี้ยงดูเอง ยังไงก็ดูแลเอาใจใส่ดีกว่าผู้เป็นพ่ออย่างแน่นอน  เมื่อตัดสินใจแบบนี้ และลองปรึกษาเพื่อนสนิท เพื่อนก็ตั้งคำถามให้เธอต้องคิดหนักอีกว่า


            "เตรียมคำตอบไว้ให้ลูกหรือยังว่า พ่อหายไปไหน?"

            คำถามนี้ ทำให้เธอพูดไม่ออกเหมือนกัน เธอไม่ต้องการให้มันเป็นอย่างนี้ ตอนนี้ยังนึกหาคำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้ว่า จะตอบลูกว่าอย่างไรดี



            มีคนที่ติดตามอ่านเรื่องหนามตำใจนี้  ก็ตั้งคำถามเช่นกันว่า ถ้าลูกอยู่กับพ่อ แล้วพ่อจะทำหน้าที่ดูแลลูกได้ดี เท่าคนเป็นแม่หรือเปล่าล่ะ เคยทำบ้างหรือเปล่า แล้วเมียน้อย สามีจะให้เมียน้อยเป็น "แม่คนใหม่" ให้หรือเปล่า แล้วจะทำหน้าที่ของแม่ได้ดีแค่ไหนกัน  ในเมื่อแม่คนใหม่ เป็นคนที่บ่อนทำลายความรู้สึกของ "แม่ตัวจริง" มาตลอดเวลา  เมียน้อยคงจะรักลูกของเมียหลวง เหมือนลูกแท้ๆของตัวเองอยู่หรอกมั้ง !!!!


            "แต่ผู้หญิงหลายคน สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งเป็นแม่ และพ่อ ในคนเดียวกันได้นะ"  คนที่ติดตามเรื่องนี้พูดขึ้นมา ..อือม จริงสิ เฉพาะหน้าที่แม่ ก็ทำมาตั้งแต่ลูกเกิดแล้ว


            เมื่อเมียหลวงตัดสินใจ ที่จะเดิินหน้าต่อสู้ในเรื่องหย่า ตามขั้นตอนของกฏหมาย แม้จะบอกกับคนอื่นอย่างมั่นใจว่า พร้อมสู้เต็มที่ แต่อีกใจ ก็หวั่นไหวเหมือนกัน จนต้องร้องไห้คนเดียวและคิดมากอีกครั้ง ซึ่งการตัดสินใจจะว่าไปแล้ว บางครั้งก็ง่าย บางครั้งก็ยากที่จะให้เป็นไปอย่างที่คิดไว้  ที่ว่ายาก เพราะการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ ทุกฝ่ายจะพอใจมากแค่ไหน ถ้าไม่ยอม เรื่องราวก็ยังคงยืดเยื้อต่อไป ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องเจ็บปวดใจมากเพียงใด.. แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป


            .......


            ในช่วงเวลาว่าง ระหว่างการทำงาน เมื่อเปิดอินเตอร์เนตแล้ว เมียหลวงก็คลิกเข้ามานั่งอ่าน "หนามตำใจ"


            เมื่ออ่านแล้ว ตอนแรกก็ชักสับสนเหมือนกัน ว่า เป็นเรื่องราวชีวิตของเราจริงหรือนี่ แล้วอ่านอีกรอบ และอีกรอบ ทั้งเศร้า และยิ้มให้กับตัวเอง ขำชีวิตของตัวเอง เมื่อให้เพื่อนได้อ่านมั่ง เพื่อนบอกว่า น้ำเน่าว่ะ


            ชีวิตเน่าๆ ที่ต้องโชคร้ายมาเจอคนที่ทำให้ชีวิตของครอบครัวที่กำลังจะไปได้ดีต้องเ่น่าเฟะ แต่เมียหลวงก็พร้อมจะสู้ เพื่อทำให้ชีวิตเน่าๆ ให้มันดีขึ้นกว่านี้ ชีวิตจะต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้





            เหมือนเธอกำลังเดินในถ้ำมืด มองเห็นทางออกจากปากถ้ำเป็นแสงสว่างอยู่ไกลลิบลับ ถึงไกลแค่ไหนก็ต้องเดินไปให้ถึง และเธอจะจูงมือลูกออกจากถ้ำมืด อุ้ม และกอดลูกด้วยตัวเธอเอง ส่วนสามีและคนของเขา อยากจะเสวยสุขในถ้ำมืด ก็เชิญอยู่ต่อไปตามสบาย


            "ต้องมันผ่านไปให้ได้.."


            กว่าจะออกจากถ้ำมืด เธอต้องบาดเจ็บจากหนามกุหลาบ หนามแห่งความรักที่ทิ่มตำมานาน จนทำให้หัวใจเธอแกร่งขึ้นเรื่อยๆ  เธอจะต้องผ่านมันไปให้ได้ เอาหนามตำใจออกไปให้ได้ ส่วนสามีจะเอาหนามไปทิ่มตำใครต่อไปก็เชิญตามสบาย


            ...หลังจากน้ำตาไหลจนแ้ห้ง เธอเช็ดคราบน้ำตาที่เหลืออยู่ แล้วเงยหน้าขึ้น ยิ้ม แล้วก้าวเิดินต่อไป...........

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 3 - หญิงร้าย ชายเลว - บาดแผลแห่งรัก !!

            แต่ละตัวอักษรที่อ่านผ่านสายตาหลายคนอย่างรวดเร็ว กลับแลกกับน้ำตามากมายของเมียหลวงที่ถูกหนาวตำใจอย่างเจ็บปวด ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ความรัก ความซื่อสัตย์ ความเอาใจใส่ครอบครัวกลับถูกตอบแทนสิ่งเหล่านี้จากสามีด้วยการนอกใจไปมีเมียน้อย
  
            บางทีอาจจะเป็นไปได้่่ว่า ผู้เป็นเมียไม่เอาใจใส่ ดูแลสามีเหมือนแรกรัก จนสามีต้องออกไปหาสิ่งที่ขาดหายไป

            แม้จะรู้สิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผู้เป็นเมียหลวงเปิดโอกาสให้หลายต่อหลายครั้ง ให้สามีกลับตัวกลับใจ กลับมาหาครอบครัว อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน  แต่ทางสามีคงไม่ได้คิดแบบนั้น ยังคงคบหาผู้หญิงอีกคนเหมือนเป็นเรื่องปกติของชีวิต



            เมื่อเมียหลวงสุดทน เมื่อสามีทำตัวแบบนี้ เรื่องที่ไม่เคยรู้ก็รู้ ภาพที่ไม่เคยเห็น ก็ได้เห็น หลายภาพบาดตาบาดใจ ภาพที่สามี อิงแอบแนบชิดกับผู้หญิงคนอื่น ที่ไม่ใช่เธอ ทำให้เธอเจ็บปวด แค้นใจ จนต้องเคลียร์อยู่บ่อยครั้ง ทั้งกับตัวสามี และคนที่เกี่ยวข้อง แต่ทุกอย่างยังเ้หมือนเดิม จนเมื่อมีรูปคู่ระหว่างสามีกับเมียน้อยโผล่ออกมา ภาพที่ถ่ายกันสองคน ในที่่ีมีกันแค่ 2 คน แต่สามีก็โทรมาต่อว่า เมียหลวงว่า "ไม่ไว้หน้ากูเลยนะ"

            ยิ่งพูดแบบนี้ เป็นใครก็ยิ่งเจ็บปวด การมีเมียน้อย คนเ็ป็นเมียหลวงจะต้องยอมรับ จะต้องยินดี โห่ร้อง ไชโย มีความสุขไปกับสามีด้วยอย่างนั้นหรือ

            ภาพบาดตาบาดใจ ภาพ 2 คนอิงแอบแนบชิด ในห้องส่วนตัว ซึ่ง 2 คนถ่ายกันเอง  แล้วใครล่ะ เป็นคนส่งมาให้เมียหลวงได้เห็น ถ้าไม่มีคนส่งมา เมียหลวงก็ไม่มีทางได้รับรู้ได้เห็น แทนที่จะต่อว่าเมียหลวง แต่ไม่ิคิดจะไปต่อว่า คนที่เอาภาพมาให้เมียหลวงเ็็ห็น !!!


            ปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน เมียน้อยก็รับรู้ว่า เมียหลวงเจ็บปวดขนาดไหน ภาพบาดตาบาดใจ ก็มีออกมาให้ดูเรื่อยๆ เหมือนต้องการให้ ตายทั้งเ้ป็น ใช้ภาพถ่าย ฆ่าหัวใจอย่างเลือดเย็น แต่คนที่ตั้งใจหาทางส่งภาพมาให้เมียหลวงเ้ห็น ยิ่งเลือดเย็นยิ่งกว่า



            กี่ครั้งแล้วที่เมียหลวงต้องเจ็บปวด จากการเห็นภาพบาดใจผ่าน internet  เมื่อเมียหลวงตั้งคำถามกลับไปว่า ทำไมถ่ายรูปแบบนั้น สามีก็แก้ต่างว่า  "น้องเค้าไม่รู้เรื่องอะไรหรอก ฉันเป็นคนบอกให้ทำแบบนั้นเอง"

            แต่เห็นภาพถ่ายบาดตาแล้ว ภาพอิงแอบแนบชิด กอด จูบ สีหน้าแววตาของผู้หญิง... ผู้หญิงอยู่ในวันที่ถือว่า ุบรรลุนิติภาวะแล้ว ขนาดเด็กอายุ 11-12 ปี ยังรู้เรื่องความรัก  พยายามแก้ตัวให้เมียน้อยแบบดื้อตาใส แล้วก็หาเรื่องต่อว่าเมียหลวงฝ่ายเดียว

            จากภาพบาดใจที่โผล่ในเนต เพื่อนที่รู้จักสนิทนสนมกับสามี มาเห็นข้อความที่เมียหลวงเขียนระบายความเจ็บปวด ก็เขียนเตือนสติว่า "จะทำอะไรคิดให้ดีๆนะ คิดถึงลูกด้วย"  ดูเป็นการเตือนเมียหลวง แต่ไม่รู้ว่า เพื่อนไปเขียนเตือนสติเพื่อนบ้างหรือเปล่า

            ...เห็นแต่เพื่อน ไม่อยากจะยุ่ง เรื่องส่วนตัวของเพื่อน

            เพื่อนก็คงเชื่อเพื่อน มากกว่า เมียของเพื่อน เพราะรู้จักเพื่อนมากกว่า  ถ้าเพื่อนดีจริงๆ และคิดได้ ก็คงไม่ทำอะไรให้เมียหลวงต้องทุกข์ทรมาน แต่ที่ระบายความเจ็บปวดออกมา เพราะทนไม่ไหวจริงๆ เมืออยู่คนเดียวในห้อง เมียหลวงได้แต่ร้องไห้ จนน้ำตาเกือบจะเป็นสายเลือด อยู่ต่อหน้าคนอื่น ก็เป็นปกติ หน้าชื่น อกตรม ทรมาน.....

            เมียหลวงไม่เคยอยากรู้ อยากเห็น แต่ใครบางคนก็ส่งรูปมาให้ช้ำใจ ซ้ำแล้วซ้ำอีก บาดแผลที่ตกสะเก็ด ก็ถูกกรีดซ้ำ ให้กลายเป็นแผลใจที่ลึกมากขึ้น

            แต่ก็มีผู้หญิงที่เข้าใจความรู้สึกนี้ ได้ร่วมระบายความรู้สึกออกมาเช่นกัน

+++++
         "มีครอบครัวแล้วในโลกความจริง แต่.. โสด สด ซิง ในโลกออนไลน์ "สันดานผู้ชาย"
วันอาทิตย์เวลา 10:51 น.

          "แล้วตัวเองไม่เลวเลยใช่มั๊ย ที่ทำให้ผู้หญิงคนที่เคยบอกว่ารัก และ.มีลูกด้วยกันต้องเลียใจ ทำให้ครอบครัวต้องแตกแยก แค่นี้..มันยังสาสมกับคำว่า "เลว" อีกเหรอ มันทั้งเลว ทั้งชั่ว ถึงทำแบบนี้ได้
นอาทิตย์เวลา 11:11 น.

          
            หลายคนที่สนิทสนม รู้จักกับสามี เห็นสิ่งที่เิกิดขึ้นแบบผิวเิผิน คงจะรีบตัดสินทันทีว่า เมียหลวงจะเอาคืน หาทางทำลายเมียน้อย จะประจานสามี แต่ความจริงแล้ว สามี และเมียน้อยนั่นแหละ ที่กำลังทำลายตัวเอง

            ในแวดวงสังคม มีคนที่รู้จักสามี และเมียหลวงมากมายหลายคน เมื่อเห็นสามี กับเมียน้อย ทั้งจากรูปถ่ายในอินเตอร์เนต และเห็นในโลกจริงๆ หลายคน มักจะนินทา ด่าว่า ฝ่ายหญิงที่มาแย่งผัวชาวบ้าน ทำตัวไม่เหมาะสมจึงแอบประณาม ยิ่งมีครอบครัว มีลูกด้วยแล้ว ยิ่งโดนด่าหนัก

            เมื่อเมียหลวงรู้ว่าสามีมีเมียน้อย  เธอเจรจาขอหย่าหลายครั้ง แต่สามีไม่ยอมพูดเรื่องนี้ด้วย ขอให้อยู่กันไปแบบนี้ แล้วมามีเมียน้อย ยังไงก็ผิด แต่ถ้าหย่ากัน อยากจะมีคนใหม่ แต่งงานใหม่ ก็ไม่ผิด แต่ขอให้ทำให้มันถูกต้อง

            เมื่อเกิดเรื่อง สถานการณ์สุกงอม สามีไม่พอใจที่เมียหลวงไ่ม่ไว้หน้า เลยจะหย่าให้ แต่จะไม่ใหทรัพย์้สินสมรสบางอย่างที่หวงนักหนา และจะเอาลูกทุกคนอยู่กับสามี

            ตลอดเวลาที่ผ่านมา สามี กับเมียหลวง แยกบ้านกันอยู่  แบ่งหน้าที่ แบ่งวันกันว่า จะให้ลูกไปอยู่กับพ่อ วันไหน อยู่กับแม่วันไหนบ้าง แล้วเมียหลวงก็รู้จากญาติว่า วันที่ลูกไปอยู่กับผู้เ็ป็นพ่อ หลายครั้ง เอาลูกไปฝากให้ญาติดูแล แล้วสามีก็ไปกับเีมียน้อย จึงเกิดคำถามว่า ถ้าหย่าร้างกันแล้ว เอาลูกไปอยู่ด้วย "คุณจะดูแลลูกได้ดีกว่าคนเป็นแม่แท้ๆหรือ"   ..เมียน้อยคงจะรักมั้ง เ็ห็นดูแลแต่เมียน้อย แต่เอาูลูกไปให้ญาติดูแล จะคอยส่งเสียเงินเลี้ยงดูอย่างเดียว  น่าห่วงเหมือนกัน ถ้าลูกอยู่กับพ่อจนโต ลูกจะเป็นยังไง จะติดนิสัยแบบนั้นมาหรือไม่


            เมื่อต้องหย่า เมียหลวงจึงต้องสู้ สู้เพื่อลูก จะให้ลูกมาอยู่กับเธอ สินสมรสก็ต้องแบ่งกันตามกฎหมาย แม้ว่าไม่อยากให้่จบลงแบบนี้ แต่ก็ต้องทำ แม้จะร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดเมื่ออยู่คนเดียว แต่เธอก็พร้อมแล้วในการต่อสู้..เพื่อลูก

            "เค้าทำกับคนที่เค้าเคยรักได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ" ความรู้สึกของใครคนหนึ่งที่พูดออกมา เมื่อได้รู้เรื่องนี้

            หนามตำใจ ที่คามานาน ไม่อยากให้มันตำใจมากไปกว่านี้แล้ว

            ....เจ็บปวดมากพอแล้ว

                   

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ 2 - ปลายทางรัก บังคับให้หย่า !!


            ...ชีวิตครอบครัวที่มีปัญหา แม้สามีจะมีเมียน้อยให้เมียหลวงช้ำใจ แต่ความผูกพันในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปี มีลูกด้วยกัน แม้จะเจ็บปวดจากสิ่งที่สามีทำในปัจจุบัน แต่ความรู้สึกดีๆต่อกันยังมีอยู่

            เบื้องลึกของเมียหลวง ยังหวังว่า สักวันหนึ่ง สามีจะคิดได้ และกลับมาหาครอบครัว อยู่พร้อมหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก เปิดใจรับความเจ็บปวด พยายามให้โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เมื่อเมียน้อยก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสามี เมียน้อยไม่ได้คิดอยากให้เป็นแบบนั้น เมียน้อยก็คิดครอบครองให้สามี เป็นของเธอคนเดียว

            วันเวลาที่ผ่านไป เมียน้อยสร้างความผูกพัน ความสัมพันธ์กับสามี มีรูปถ่าย มีรูปคู่ที่หวานซึ้ง กอดจูบกันมากมายหลายรูป เป็นรูปที่เป็นพยานแห่งรัก ยิ่งถ้ารู้ว่า เมียหลวงคอยสอดส่องจับตาอยู่ ยิ่งเห็นยิ่งแค้นจุกอก ยิ่งเข้าทางในการแยกสามีกับเมียหลวง ใครเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็อยากจัดการกับเมียน้อยทุกคน



            เมียน้อยหลายคนอยากให้เมียหลวง ตรอมใจตายทั้งเป็น บางคนเมื่อรู้ว่า เมียหลวงคอยจับตา ตามดูสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ใช้ความอยากรู้อยากเห็นให้เป็นประโยชน์ ถ่ายรูปบาดใจไว้ ให้เมียหลวงที่คอยตามดู เข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจนั้น ให้แค้นจุกอกมากยิ่งขึ้น ยิ่งแค้น ยิ่งผิดหวังจะได้เลิกรากับสามีเสียที แล้วเมียน้อยจะได้ครอบครองตัวสามี และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง

            สามีก็หลงไหลเมียน้อย เ้ข้าข้างเมียน้อย อยู่ด้วยกันก็สบายใจกว่าอยู่กับเมียหลวง ที่เจอหน้ากันทีไร มีแต่เรื่องเครียดๆ ฝ่ายเมียน้อยก็ปล่อยรูปถ่ายในอินเตอร์เนตออกมาเรื่อยๆ เมียหลวงเข้ามาตามดู ยิ่งเห็นยิ่งแค้น  ช่วงไหนทนไม่ไหว ไปทักท้วง สามีก็บอกว่า อะไรกันนักหนา...

            เมียน้อยยั่วเมียหลวงได้ผลจริงๆ เรื่องของมารยาหญิงที่ว่ามีหลายร้อยเล่มเกวียน แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเองบางทีก็ตามไม่ทัน ยิ่งผู้ชายที่หลงไหล ยิ่งตามไม่ทันมารยาเหล่านั้น

            ของๆใคร ใครก็หวง เจอสถานการณ์แบบนี้ เมียหลวงสุดทนมากขึ้นทุกที มาเคลียร์ปัญหา เคลียร์แล้วเคลียร์อีก อึดอัด สุดทนเพราะโดนทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง จนต้องหาทางระบายความอัดอึดคับแค้นแน่นหัวใจ ไม่งั้นจะต้องตายทั้งเป็น เมื่อเมียหลวงระบายความอัดอึด เมื่อกระทบกับความรู้สึกของสามี สามีก็ไม่พอใจ วนไปเวียนมาแบบนี้ จนมาึถึงจุดที่สุดจะทนแล้ว

            สามีโทรศีัพท์คุยกับเมียหลวงโดยตรง ต่อว่าหลายอย่างด้วยความไม่พอใจ จนในที่สุด เมียหลวงก็ถามตรงๆว่า สามีจะเลือกใครระหว่างครอบครัว หรือจะเลือกเมียน้อย  สามีฉุนจัด เลยตอบทันที ว่าจะหย่าให้ ไม่เลือกเมียหลวงแล้ว ทำอะไรไม่ไว้หน้าสามีเลย จะไปหย่าให้ พอกันที แต่ทรัพย์สมบัติ และสินสมรสที่สำคัญๆหลายอย่าง สามีบอกว่า เป็นของเขานะ เมียหลวงไม่มีสิทธิ์!!



            ได้ยินแบบนี้ เมียหลวงน้ำตาร่วงพรู สามี ไม่เคยคิดถึงเธอ คิดถึงลูกเลยหรือ ยิ่งคิดยิ่งแค้น เมื่อเห็นข้อความที่เมียน้อยโพสต์ไว้ในเวบส่วนตัว บอกว่า ทรัพย์สินชิ้นสำคัญ ยังไงเมียหลวงก็ไม่ได้หรอก ยิ่งทำให้เมียหลวงเหลือทนจริงๆ

            เมียหลวงน้ำตานอง เพราะไม่คิดว่าจะต้องจบลงแบบนี้  เมื่อสามีไม่เลือกครอบครัว แต่เลือกเมียน้อย และจะขอหย่ากับเธอ จะเอาแต่ลูก เมียหลวงจึงต้องรีบปรึกษาทนายความทันที คิดแล้วก็น้ำตานองหน้า เมื่อนึกถึงคำพูดของลูกที่มักจะถามว่า

            "ทำไมพ่อแม่ไม่อยู่ด้วยกัน ... "
            " ทำไม พ่อไม่มาเที่ยวกับเราด้วย..."

            เป็นคำถามง่ายๆที่เธอให้คำตอบกับลูกไม่ได้สักครั้ง

            แม้จะให้โอกาสครั้งแล้วครั้งเหล่า ทั้งๆที่แค้นแน่นอก  แต่อีกใจก็ยังหวัง ให้เขากลับตัวกลับใจ กลับมาทำหน้าที่ พ่อ ที่ดี แต่เพราะกิเลสตัณหาบังตา มัวหลงเมียน้อย แล้วคิดว่าเมียหลวงเอาแต่หึงหวง หาเรื่องเขากับเมียน้อย ตามระรานชีวิตส่วนตัวของสามี จึงขอเลิกรา

            หลายเดือนก่อน ที่เมียหลวงขอหย่า แต่สามีไม่ยอม ตอนนั้น อยากจะจากกันด้วยความรู้สึกที่ดี ยังคงพูดคุย เ็ป็นเพื่อนกันได้ แต่ปัญหาที่ยืดเยื้อมาเรื่อยๆ จนปัญหาสุกงอม หนักกว่าเดิมจนมาถึงขั้นแตกหัก การหย่าร้างจะสร้างความเจ็บปวดให้ทุกฝ่าย เมื่อเวลาผ่านไป

            บทบาทหน้าที่ของสามี เป็นข้าราชการที่หลายคนรู้ัจักว่า เขาแต่งงานกับใคร เมื่อเห็นเขาไปกับผู้หญิงคนใหม่ คนที่รู้จัก ก็นินทา พูดในแง่ที่ไม่ดี บางคนก่นด่าเมียน้อย มาแ่ย่งผัวชาวบ้าน ส่วนสามีก็คิดว่า เมียหลวงพยายามหาทางทำลายเขากับความรักครั้งใหม่ ทั้งๆที่เมียหลวงไ่ม่ต้องทำอะไร สังคมก็ตัดสินจากสิ่งที่เห็นได้ทันที

            "ทำไมพวกผู้ชายชอบทำร้ายเด็กและสตรีจังเลย ไม่แมนเลย ไม่ีมีความรับผิดชอบเลย" มีคนพูดแบบนี้ แต่ไม่มีใครไปพูดให้สามีได้ยิน เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่มีใครอยากยุ่ง แต่หลายคนที่รับรู้เรื่องราว ต่างตัดสินพฤติกรรมของสามีไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อนหลายคนที่รู้จักก็อึดอัดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เขาเป็นแบบนี้ แต่ก็ให้คู่กรณีแก้ปัญหา ตกลงกันเอาเอง หลายคนอึดอััด เลยห่างหายจากเพื่อนคนนี้ ไปแบบเงียบ ๆ

            การที่ลุ่มหลงมัวเมาในกิเลส ตัณหา เหมือนเป็นสิ่งที่บังตา ทำให้ชีวิตตกต่ำด้วยตัวเอง เหมือนคนที่มีสติสัมปะชัญญะสมบูรณ์ พูดรู้เรื่อง แต่เมื่อเมาเหล้า ก็กลายเป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะโวยวายสารพัด  จนทำให้หลายคนคิดไม่ถึงว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้  คนเมาเหล้าเปรียบเหมือนคนเมากิเลสตัณหา จะมาคาดหวังให้มีสติ คิดดีทำถูกต้อง คงยาก เหมือนจะคาดหวังให้คนเมาเหล้า พูดจารู้เรื่องเหมือนคนปกติ เดินเหมือนปกติ ก็คงยาก จนกว่าจะหายเมา

            ไม่รู้เหมือนกันว่า สามีคนนี้ จะหายมัวเมาในกิเลสตอนไหน อีกนานแค่ไหนกว่าจะสร่างเมา เลิกทิ่มแทง หนามตำใจคนในครอบครัวเสียที

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนามตำใจ...... รักที่แบ่งปันไม่ได้


            ความรัก และชีวิตของคนหลายคน เหมือนสวรรค์แกล้ง เมื่อรักคนๆหนึ่งจนถึงขั้นตกลงใจใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว  ทำไมอีกฝ่ายถึงยังนอกใจไปรักคนอื่นได้อีก...

            เมื่อเกิดปัญหาชีวิตคู่ คุณสามีเกิดนอกใจภรรยา เกิดความรู้สึกว่าใช่กับผู้หญิงคนอื่น และคบหากับเธอคนนั้นอย่างเปิดเผย  แม้ภรรยาจะเรียกร้องสิทธิของตนเอง จนถึงขั้นจะขอหย่าขาด แม้จะมีลูกด้วยกันแล้วก็ตาม แต่ในมุมมองของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกลับมองว่า ให้ภรรยาอดทนเพื่ออนาคตข้างหน้า

            หลังจากผ่านการขอร้องจากผู้ใหญ่ให้ภรรยาใจเย็น แม้จะร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ได้ แต่ก็ต้องฟังผู้ใหญ่พูด ต้องพยายามทำใจให้สงบลง เข้าหาธรรมะ ปล่อยวางบ้าง หลายครั้งที่สามีทำให้เจ็บช้ำ เจ็บบ่้อยๆ จนปลงแล้วปลงอีก จนถึงขั้นอยู่ใครอยู่มัน ฝ่ายภรรยาคิดใหม่ว่า ไม่อยากจะลดตัวไปแลกกับผู้หญิงคนนั้น  อยา่กทำอะไรก็ทำไป สิ่งที่พูดออกมา ฟังแล้วดูดี ถ้าทำได้จริง ฝ่ายภรรยาคงสงบมากขึ้น

            .แต่ความจริงในหัวใจ ย่อมรู้ดีว่า รู้สึกอย่างไร แม้สิ่งที่บอกให้คนอื่นได้รู้ จะเป็นความรู้สึกจริงๆ หรือเป็นเพียงคำพูดแก้ตัวให้ตัวเองดูดีขึ้นในสายตาของคนอื่นก็ตาม






            ในความเป็นจริงแล้ว กว่าที่ความรักจะเติบโต และเชื่อมั่นในกันและกันจนตกลงใจใช้ชีวิตแต่งงานกัน มีลูกด้วยกัน และอยู่ด้วยกันมาหลายปี  หากช่วงวันเวลาที่ผ่านมา มันไม่มีความหมายเลย ฝ่ายภรรยาคงจะทำได้อย่างที่พูดว่า ไม่แคร์ อยากทำอะไรก็ทำไปเลย

            แต่ความจริงก็คือความจริง สุภาษิตที่ว่า "เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใคร" เป็นภาษิตที่มีมานานแล้ว เหมือนกับเรื่องการนอกใจของสามี-ภรรยา ที่มีมานานนับศตวรรษ เกิดเรื่องแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกกับคู่รักคู่ชีวิตหลายคู่ในโลกนี้

            เรื่องของๆใคร ของใครก็หวง ตั้งแต่ข่าวนักศึกษาหญิง เปิดศึกตบตีแย่งชิงผู้ชาย  ก็รุนแรงไม่เบา ถ้าถึงขั้นแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ความรู้สึกในหัวใจยิ่งหวงมากขึ้น...

            แม้ว่า ฝ่ายภรรยาจะพูดให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น ว่า  ทำบุญทำทานให้ผู้หญิงคนนั้น ครองสามีของเธอไป หรือ สามีอยากจะทำอะไรก็เชิญ แต่ลึกๆแล้ว ถ้าวันเวลาที่ผ่านมามันมีความหมาย สิ่งที่ภรรยาเห็นสามี กับหญิงอื่น จะเป็นหนามตำใจ  ไม่ว่าสามีจะทำอะไรกับผู้หญิงคนนั้น ทุกอย่าง ล้วนเป็นหนามกลับมาทิ่มแทงใจผู้เป็นภรรยา

            เมื่อเกิดปัญหาที่ทิ่มแทงใจ ก็ต้องมีบทสรุป ต้องแก้ไข ยังไงรักก็แบ่งปันไม่ได้ ไม่ว่าจะหลอกตัวเอง หรือทำใจแค่ไหน ผู้ใหญ่จะบอกให้อดทนยังไง มันก็เป็นหนามตำใจ ที่ทิ่มแทงหัวใจอยู่ตลอดเวลา รอวันที่แผลจะถูกกรีดซ้ำอีกหลายๆครั้ง

            แต่หลายครั้งที่ฝ่ายภรรยา ร้อนใจ อยากจะแก้ไขปัญหาให้จบเสียที แต่เมื่อเวลาผ่านไป มีผู้เตือนสติ ก็จะสงบลง เริ่มปล่อยวาง แล้วรอเวลาให้หนามทิ่มแทงใจต่อไป มีหลายเงื่อนไขที่ต้องคิด ไม่มีใครอยากเจ็บปวดไปมากกว่านี้ แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว คงต้องหาทางออกที่ดีที่สุด

            เมื่อสามี ไม่ซื่อสัตย์ และภรรยาให้โอกาสหลายครั้งแล้ว แต่ผู้หญิงอีกคนยังแสดงท่าทีที่จะครอบครองตัวสามี และทรัพย์สินอย่างอื่นไป ก็สมควรที่ภรรยาจะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะผู้หญิงคนนั้น เมื่อรู้ว่า ผู้ชายที่ตนคบหา มีภรรยา มีครอบครัวแล้ว แต่ยังคงคบหา รัก และพยายามครอบครองเป็นเจ้าของ พยายามถ่ายรูปคู่ไว้มากมาย เธอคงไม่ได้คิดทำดี หวังดีกับฝ่ายภรรยาอย่างแน่นอน

            มีหลายครั้งที่ฝ่ายภรรยา คิดดี แต่อีกฝ่ายคิดอีกอย่าง มีหลายครั้งที่ภรรยาเสียเปรียบอย่างคาดไม่ถึง เพราะนิ่งนอนใจ ปล่อยวาง ไม่แก้ปัญหาตั้งแ่ต่ต้นๆ ปล่อยให้มันบานปลายจนต้องคิดมากในการตัดสินใจในเรื่องนี้

            เหมือนหนามที่ตำใจ หนามที่ปักลึกลงไปเรื่อยๆ แค่ขยับนิด ก็ยิ่งเจ็บ บวมช้ำ มากขึ้นเรื่อยๆ  ถ้ายังปล่อยให้หนามปักคาใจอยู่ ก็คงจะปักลึกลงไปเรื่อยๆ ยิ่งนาน ยิ่งถอนหนามยากขึ้น

            เหมือนเป็นเวรกรรมของผู้เป็นภรรยา ที่ต้องทุกข์ทนกับเรื่องแบบนี้.....
            ....อาจจะเป็นเพราะตอนที่ตัดสินใจเลือกที่จะเป็นคู่ครอง ใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ได้ดูให้ดีๆเอง เลยต้องรับกรรมที่เกิดขึ้น

            ทุกเรื่อง ทุกปัญหา จะต้องมีจุดจบ อยู่ที่ว่า จะจบอย่างไร จบเร็วหรือช้า หรือจะปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ  ก็อยู่ที่การตัดสินใจแล้วล่ะ



วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ร่วมมือกับเพื่อนนอกใจเมีย อย่าคิดว่าผู้หญิงจะไม่รู้


            มีเพื่อนสมัยเรียน ม.6  คนหนึ่ง เขาเป็นคนที่มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีกับเพื่อนๆในรุ่น แต่เป็นผู้ชายเจ้าชู้ แม้ว่าจะแต่งงาน มีเมียและลูก 2 คน แต่ความเจ้าชู้ยังมีเหมือนเิดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

            จากวันวาน สู่วันนี้เขายังชอบนัดกินเหล้า สังสรรค์กับเพื่อนฝูงอยู่บ่อยๆ ซึ่งเพื่อนในกลุ่มมีทั้งโสด และแต่งงานกันแล้ว  เมื่ออยู่ในหมู่เพื่อน เขาชอบคุยเรื่องผู้หญิง เรื่องหาจีบหญิง จีบเด็ก ซึ่งเมื่อคุยเรื่องนี้แล้ว รู้สึกว่า ได้หน้า ได้อวดเพื่อนๆว่า มีฝีืมือ ที่จีบผู้หญิงได้ตลอด ทั้งตามจีบ  ทั้งมีอะไรกัน ซึ่งกับผู้หญิงบางคน มีอะไรกันแค่คืนเดียวก็จบกันไป แต่บางคนยังจีบกันอยู่
          
            จนเิกิดเรื่องฉาวในหมู่เพื่อน เมื่อเขา ควงผู้หญิงคนหนึ่งมาร่วมงานในหมู่เพื่อนฝูง ซึ่งเพื่อนหลายคนก็รู้จักภรรยาเขาเ็ป็นอย่างดี และเรื่องนี้ เมียหลวงก็จับได้บ่อยๆ และต้องเคลียร์ปัญหากันบ่อยครั้ง สุดท้าย เขาก้เลิกกับผู้หญิงคนนั้นไป




            เวลาผ่านไปไม่นาน ความเจ้าชู้ก็กลับคืนมาอีก  เมียจับได้หลายครั้ง จนเป็นครั้งที่ 5 ในที่สุด เมียก็แยกบ้าน ไปอยู่กับแม่ ทำงานกันคนละที่คนละอำเภอ  จนในที่สุด มาถึงการขอหย่า แต่ผัวไม่ยอม ได้แต่นิ่ง ไม่พูดอะไรด้วย จึงหย่าไม่สำเร็จสักที

            แม้สามีจะเ้จ้าชู้ แต่เขาดูแลส่งเสียเงินให้ลูกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ส่งค่าผ่อนงวดรถให้เมียทุกเดือน แต่เมียรับไม่ได้กับพฤติกรรมเจ้าชู้ของผัว จนหมดศรัทธา เสียความรู้สึกที่ดีๆต่อกันไปตั้งนานแล้ว

            ช่วงปีแรกที่เคยอยู่ด้วยกัน เคยร่วมทุนเปิดร้านถ่ายเอกสาร เพื่อหารายได้เสริม โดยการเช่าร้าน ห้องแถวของเพื่อนอีกคน เริ่มจากตอนนั้น ก็เห็นความเ้จ้าชู้ของผัว ที่ออกไปจีบหญิงหน้าร้าน ถนนฝั่งตรงข้าม และอีกหลายที่ จับได้บ่อยจนเหลือจน  เมื่ออยู่บ้านเดียวกันมาตลอด 6 ปี ผัวเป็นแบบนี้จึงแยกกันอยู่

            ตลอด 6 ปีที่อยู่ด้วยกัน มีเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกับเธอหลายคน เมื่อผัวไปทำพฤติกรรมอะไรที่ไม่ดี เพื่อนบ้านเห็น ก็มักจะบอกสิ่งที่เกิดขึ้นให้เธอรู้ตลอด  ยิ่งแยกบ้าน ยิ่งเปิดทางสะดวก จากเดิมที่ผัวต้องกลับบ้านตรงเวลา ต้องรายงานตัวทุกวัน แต่นับจากนั้น ไม่ต้องทำแบบนั้น สามารถที่จะพาผู้หญิงคนใหม่ มานอนที่ห้องเช่าได้เลย เพื่อนบ้านเห็นเด็กคนนั้น เดี๋ยวนอนกับสามีของเธอ เดี๋ยวนอนกับเพื่อนของสามี  โอ.... มันขนาดนั้นเลยหรือนีี่

            มีหลายพฤติกรรมที่เมียได้ยิน ยิ่งรู้ยิ่งแค้นแสนแค้น เมื่อเธอมาถามเพื่อน เพื่อนของผัวก็ไม่ยอมพูด ไม่อยากยุ่งเรื่องในครอบครัวของเพื่อน หลายครั้ง เพื่อนของผัวจึงโดนเธอต่อว่า ฐานสมรู้ร่วมคิดให้เขานอกใจเธอ ซึ่งไม่ว่า ผัวจะไปทำอะไร ก็มีคนรู้เห็นตลอด ก็คือ เหล่าเพื่อนบ้าน และคนที่รู้จักในเมืองนั้นหลายคน เห็นอะไรไม่ดี ก็บอกเธอตลอด จนเธอแทบไ่ม่ต้องจ้างนักสืบให้เสียเวลา

            คนอายุ 40 มีลูกแล้ว 2 คน แต่งงานกันมาเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ัตัณหายังเยอะจัด เมื่อเป็นแบบนี้ ก้ได้แต่ทำใจ ปลงกับสิ่งที่จะเกิดขึ้ยในอนาคต ถ้าเกิดผัวไปทำผู้หญิงคนอื่นท้อง ก็แก้ปัญหาเอาเองละกัน กฏแห่งกรรม เวรกรรมมีจริงนะ

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เมียหลวง ลวงตน ตำแหน่งที่หัวใจไม่ต้องการ !!

            "ฆ่าฉันเสีย แล้วค่อยมีเมียใหม่
            อย่าหยามน้ำใจในเมื่อฉันอยู่ทั้งคน
            สถาปนาให้เ็ป็นเมียหลวงลวงตน
            เพื่อจะรับคนอีกคนมาร่วมชายคน

             ไม่สนดอกหนา กับฐานะจอมปลอม
            ซึ่งแปลว่ายอมให้แฟนนอกใจตำตา
            กับคำว่าเมียต้องมีหนึ่งเดียวซิหนา         
            ตำแหน่งหัวหน้าภรรยา อย่าสรรหามาปลอบใจ"

          
            เพลงสไตล์หมอลำ ที่ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์ ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งถึงกับหลั่งน้ำตาทันที หลังจากต้องอดทนมานานนับปีกว่า เมื่อพ่อของลูกไปมีผู้หญิงอีกคน พากันไปไหนต่อไหนในแวดวงสังคมเพื่อนฝูงอย่างออกหน้าออกตา แล้วยกย่องว่าเธอเป็นเมีัยหลวง เป็นคนสำคัญมากกว่าคนอื่น และเป็น "แม่"ของลูกของเขา

            เมื่อตัดสินใจคบหากันจนแต่งงานกัน จดทะเบียนสมรสกัน เธอกลายเป็น "ภรรยา" เป็น "เมีย" ของเขา รักและดูแลเอาใจใส่กันและกันเ็ป็นอย่างดี แต่พอได้ตำแหน่ง "เมียหลวง" จากที่เขาเคยรัก ดูแลเอาใจใส่ สิ่งนั้นมันหายไป เหมือนเธอกลายเ็ป็นเมียน้อย .เ็ป็นเมียเก่าที่สามีไม่สนใจ

            เธอจับได้หลายครั้ง เรื่องที่สามีไปมีผู้หญิงอีกคน เพื่อนร่วมงานและคนที่รู้จักเธอ ก็เห็นกับตา และบอกสิ่งที่พบกับเธอหลายครั้ง เธอคุยกับสามี ขอเลิก + หย่า หลายครั้ง แ่ต่เขาไม่ยอม ฝ่ายผู้ใหญ่ก็ขอให้อดทน เพื่อให้เห็นแก่ลูก ไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ-แม่ เดี๋ยวจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา เธอจึงได้แต่ข่มใจ อดทน ทำใจยอมรับ เพื่อเ้ห็นแก่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย  แต่สามีตัวดียิ่งไปทำพฤติกรรมฉาวกับผู้หญิงคนนั้น ทำหลายอย่างจนเหมือนกับว่า ผู้หญิงคนนั้น เ็ป็นเมียหลวงตัวจริง

            เธอพยายามข่มใจหลายครั้ง บางครั้งแค้นแน่นอก อยากลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่ผู้ใหญ่ก็เตือนสติบอกให้อดทนไว้ ความจริงแล้ว เธออยากให้สามี หยุดทำแบบนั้น เพราะลูกก็โตขึ้นทุกวัน เธอไม่อยากให้ลูกรู้ถึงพฤติกรรมของคนเป็นพ่อ ไม่อยากตอบคำถามลูกว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วพ่อไม่รักแม่แล้วหรือ และอีกหลายคำพูดจากปากของคนอื่น ที่รู้เห็นพฤติกรรมของพ่อ เธอไม่อยากให้ลูกได้ยินคำพูดนินทาพ่อของลูกเหล่านั้น



            "ไม่อยากให้ความรู้สึกของลูกที่รัก เคารพ เทิดทูนพ่อ ต้องถูกทำลายลงจากพฤติกรรมของคนเป็นพ่อ ที่ถูกคนอื่นพูดให้ลูกฟัง"... แค่เธอถูกสามีหยามน้ำใจมาตลอด ก็สุดแสนจะทุกข์ทรมานแสนสาหัสแล้ว หากวันหนึ่ง ความรู้สึกดีๆของลูกต่อผู้เ็ป็นพ่อ ต้องถูกทำลายลง เธอจะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น เพราะเธอเป็นคนบอกให้ลูกรัก เคารพพ่อ ทั้งที่ตัวเธอเอง เสียความรู้สึกหมดศรัทธากับผู้ชายคนนี้มานานแล้ว

            ความจริง เธอให้โอกาสเขาหลายครั้ง ถ้าเขาจะหยุดเจ้าชู้ หยุด..เสียที เพราะมีครอบครัว มีลูกแล้ว แ่ต่...เขายิ่งกว่าเดิม ...มากกว่าเดิม เธอเคยเปิดใจคุยกับเพื่อนสนิทของเขา ทุกคนได้แต่นิ่งเงียบ ไม่กล้าทำอะไร ไม่กล้ายุ่งเรื่องส่วนตัวของเพื่อน จนดูเหมือนกับว่า เพื่อนของเขารู้เห็นเป็นใจ และยอมให้เขานอกใจเธอ ...แล้วคำเหล่านั้นก็กลับมาทิ่มแทงความรู้สึกของเมียหลวงอย่างเธออีกหลายครั้ง วาา ยอมให้สามีนอกใจ รู้เห็นเป็นใจให้เขามีเมียน้อย ยอมให้สามีทำตัวแบบนั้น ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอไม่ยอม ยิ่งทรัพย์สินบางอย่างที่เธอและสามีร่วมสร้างขึ้นมาด้วยแรงสองเรา บางชิ้นเป็นสมบัติของเธอ  แต่เขาก็เอาสิ่งนั้นไปให้เมียน้อยใช้ มีคนถามบ่อยๆว่า เธอยอมได้อย่างไร หลายสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นหนามทิ่มแทงใจอยู่ตลอดเวลา



            ฝ่ายผู้ใหญ่ก็บอกให้อดทน เพื่อนก็เตือนด้วยความห่วงใย ตัวเธอเลือกใช้ธรรมะเพื่อรักษาใจ แต่บางครั้งมันสุดจะทนจริงๆ เมื่อเพื่อนคนหนึ่งกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงวันหยุดยาว วันพืชมงคล-วันวิสาขบูชาปีนี้ มาเห็นหน้าเพื่อนรักแล้วตกใจ เห็นอาการของคนหน้าชื่นอกตรม เหมือนคนที่เก็บกดมากๆ เหมือนสูบลมเข้าลูกโป่งรอวันแตก เหมือนระเบิดที่รอเวลา.."ตูม"

            ความห่วงใยถูกสื่อสารผ่าน twitter ในหมู่เพื่อนฝูงว่า จะช่วยเธออย่างไรดี สามีตัวดีก็ยังคงหยามน้ำใจเธออย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกลึกๆในใจของเมียหลวง คงยากที่จะบอกให้ใครรู้ นอกจากตัวเองและคนเพียงไม่ี่กี่คนในโลกนี้ที่เข้าใจและเจอปัญหา + รู้สึกอย่างเธอ

            แล้วเรื่องราวความห่วงใย ก็ถูกส่งต่อมาุถึงเมล์นายบอนให้รู้เรื่องนี้ เรื่องแบบนี้ แก้ยาก คนที่จะแก้ปัญหานี้ได้ ก็คือ เธอกับสามีของเธอ ความรู้ึสึกบางส่วนของเธอคงเหมือนเนื้อเพลงนี้

            "..ฆ่าฉันเสีย แล้วค่อยมีเมียใหม่
            แฟนที่นอกใจ ก็ทำร้ายกันเต็มที่
            ตำแหน่งเมียหลวงในบ้าน แม้จะมีร้อยขั้นพันซี
            แต่ลมหายใจที่มี เมียคนนี้ ไม่ขอครอบครอง"

            เป็นความรู้สึกที่เหลือทน ไม่อยากอยู่ต่อไปเมื่อสามีที่รัก ไปมีคนอื่น แต่เธอต้องทนทุกข์ ทนอยู่ สะสมความเจ็บปวดไปเรื่อยๆ เมื่อดูรายละเอียดในเมล์ จึงรู้่ว่า เธออยู่ที่สกลนคร เมื่อต้องเจอปัญหาโลกแตกแบบนี้ ปัญหาที่ผู้หญิงหลายคน สามีมีเมียน้อย เหมือนเพื่อนพ้องน้องพี่หลายคนที่รู้จัก โชคร้ายที่สามีนอกใจ แต่ละคนมีความเจ็บปวดต่างกันไป แต่สำหรับสาวสกลคนนี้ ไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่ฝากเพลง "ตำแหน่งที่ไม่ต้องการ" ของศิริพร อำไพพงษ์ ในจังหวะดนตรีแบบม่วนๆ ให้เธอไปฟังเพลินๆ แล้วเธอก็หลั่งน้ำตาอย่างที่เขียนไว้ในย่อหน้าแรก



            เมื่อเธอแต่งงานกับเขา เธอพยายามสร้างบรรยากาศในบ้านให้มีความสุข แต่โชคไม่ดีจริงๆ ที่เธอได้แต่งงานกับสามีที่ "รักตัวเอง"  มากกว่ารักเธอ และครอบครัว ถ้าเขารักเธอจริงๆ เหมือนวันแรกที่บอกรักเธอ วันนี้ เขาคงไม่ทำตัวแบบนี้ให้คนเป็นเมียร้องไห้เหมือนตายทั้งเป็น





            "ไม่ปรารถนาเลยคนเคยรักกันดี๊ดี
      ยกย่อง เป็นพ่อพระ สามี แม้แต่ชีพนี้ ก็ไม่เสียดาย
      ตอบแทน ด้วยตำแหน่งเมียหลวง ใจกว้าง จริงนะผู้ชาย
      โทษทีที่รับไม่ได้ ยกใส่พานให้ฉันก็ไม่เอา"