วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

ความรักกับสำนึกในหัวใจจากสุสานฝังศพ



หลายคนมักจะรอจังหวะเวลา ที่จะทำอะไรที่ดีๆในชีวิต

+ +  

เช่นเดียวกับหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่พึ่งเรียนจบปริญญาตรีมาได้ไม่นานนัก กำลังเริ่มต้นทำงาน เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว หนุ่มน้อยกำลังคบหากับเพื่อนสาวคนหนึ่ง เขารักเธอ แต่ยังไม่เคยบอกความรู้สึกในใจให้เธอรู้ เพราะตั้งใจจะทำเซอร์ไพร์ส เมื่อถึงวันเวลาที่เหมาะสม คือ วันที่เขาพร้อม...

...พร้อมทั้งเงินทอง  ฐานะ และแหวนหมั้น  วันนั้นแหละเขาจะบอกรักเธอ และขอเธอแต่งงานทันที

ผ่านไป 6 เดือน หนุ่มน้อยไม่ค่อยได้พบกับเธอบ่อยนัก เธอก็ห่างเหินไป หนุ่มน้อยคิดว่า ดีซะอีก จะได้เซอร์ไพร์ส

คุณพ่อ คุณแม่ของเขา มักจะถามเขาเสมอว่า จะแต่งงานเมื่อไหร่ เพราะไปร่วมงานแต่งของลูกชายเพื่อนๆหลายครั้ง แต่ลูกชายของตัวเองยังไม่มีวี่แววซักที หนุ่มน้อยเลยบอกถึงความตั้งใจและเซอร์ไพร์สที่เตรียมไว้

วันหนึ่ง  คุณพ่อ คุณแม่ พาหนุ่มน้อยไปสรงน้ำ เคารพศพของคุณปู่ ณ ที่เก็บกระดูกที่สุสานฝังศพในวัดแห่งหนึ่ง คุณพ่อบอกว่า  ก่อนที่คุณปู่จะหมดลมหายใจ ท่านนึกขึ้นมาได้ว่า  ท่านอยากจะบอกว่า ท่านรักทุกคนในครอบครัวมากเพียงใด แต่ก็ไม่มีโอกาสได้บอกกับทุกคน


"เราไม่ควรรอคอยเวลาที่จะทำอะไรดีๆในชีวิต เวลาในปัจจุบันเท่านั้น ที่เราควรทำให้ใครรู้ว่า เรารักและห่วงใยเขาเพียงใด รีบไปบอกก่อนที่จะสายเกินไป"


ผ่านไปอีก 1 วัน หนุ่มน้อยจึงตัดสินใจไปหาเพื่อนสาวที่เขาหมายปอง เพื่อบอกรักเธอ

.. เธอร้องไห้
... เธอยอมรับว่า เธอก็รักเขาเช่นกัน
..... แต่เห็นท่าทางของเขาดูเฉยเมย  จนคิดว่า  เขาคงคิดกับเธอเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา  เธอเจอรุ่นพี่คนหนึ่งเข้ามาสนิทสนม เทคแคร์ ดูแล เอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี  ในที่สุด เธอจึงตัดสินใจคบหากับรุ่นพี่คนนั้นแบบคนรู้ใจ  และจะแต่งงานกับเค้าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า....


หลายคนมักจะรอคอยจังหวะเวลา โอกาสที่ดีๆ อยู่เสมอ
ไม่มีใครรู้ว่า โอกาสดีๆ จะต้องใช้เวลารอนานแค่ไหน....


....แต่ความจริงแล้ว เวลาในปัจจุบัน คือ โอกาสที่ดีที่สุด

การแบ่งแยกสีเลือกข้างโดยคนที่เรียกร้องให้เลิกแบ่งสี แบ่งฝ่าย



เมืองไทยในปี 2553  มีคำเรียกร้องให้เลิกแบ่งสี แบ่งฝ่าย  น่าจะหันหน้าเข้าหากัน มาหลอมรวมใจ สามัคคีกันจะดีกว่า

มีคุณครูโรงเรียนเทศบาลท่านหนึ่ง มักจะพูดในวงสนทนาบ่อยๆ  ว่าอยากให้คนไทยเลิกแบ่งสี แบ่งฝ่ายกันเสียที  เดี๋ยวนี้ เขาไม่กล้าใส้เสื้อเหลือง เสื้อแดงแล้วนะ


เรื่องเสื้อเหลือง เสื้อแดง  หลายคนก็เป็นห่วง แต่ดูเหมือนครูเทศบาลท่านนี้ จะเป็นห่วงมากกว่าใคร?
เวลาที่เห็นใครใส่เสื้อสีแดง สีเหลือง เดินผ่าน คุณครูท่านนี้ จะมองแล้วมองอีก มองด้วยสายตาไม่ไว้ใจ มองว่า คนที่ใส่เสื้อทั้ง 2 สีนี้ เป็นคนที่หัวความรุนแรงทางการเมือง

คุณวิรัตน์ เห็นครูเทศบาลท่านนี้ จับตามองคนที่ใส่เสื้อสองสีนี้ ทั้งๆที่คนที่ใส่เสื้อสีแดง เสื้อตัวนั้น เป็นเสื้อกีฬาของโรงเรียน มีโลโก้ของโรงเรียนอยู่ตรงหน้าอก ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ นปช. ส่วนคนที่ใส่เสื้อสีเหลืองคนหนึ่ง ก็เป็นเสื้อยืดที่แจกให้ของร้านขายจักรยานแห่งหนึ่ง ที่สกรีนชื่อร้านด้านหลังเสื้อยืด

กลายเป็นว่า คุณครูเทศบาลเอง ก็มีส่วนไปแบ่งแยกคนอื่น จากสีเสื้อที่คนอื่นใส่

"เค้าเดือดร้อนอะไรเนี่ย กับการที่คนอื่นจะใส่เสื้อสีแดง สีเหลือง ซึ่งไม่ได้มีโลโก้ หรือ ข้อความของ นปช. หรือพันธมิตรแต่อย่างใด แล้วมองเป็นพวกนั้นพวกนี้ไปหมด"

ปากบอกให้คนอื่น เลิกแบ่งสี แต่ตัวเองกลับแบ่งแยกให้ซะเอง

+ + + +

ที่ร้านขายหนังสือ - นสพ.- นิตยสารมีลูกค้าขาประจำแวะเวียนมาซื้อหนังสือที่ต้องการอ่าน ใครอยากได้หนังสืออะไร สั่งได้

มีแม่ค้าคนหนึ่งสั่งให้เอา นสพ. เอเอสทีวีผู้จัดการรายวันมาขายมั่ง , ธรรมะลีลา และ เอเอสทีวีผู้จัดการสุดสัปดาห์มาวางขายด้วย เจ้าของร้านก็สั่งมาวางขายให้ หลังจากวางหนังสือที่แผงหน้าร้านได้ 2 วัน ก็เจอลูกค้าคนหนึ่ง มาโวยวาย

"เป็นเสื้อเหลืองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ถึงได้เอา นสพ.ของพวกเสื้อเหลืองมาขายได้งัย " แล้วบอกให้เก็บออกไป ให้เอา นสพ.ความจริงวันนี้ เรดนิวส์ มาวางขายแทน


เจ้าของร้าน ก็ตามใจ เอา นสพ.ความจริงวันนี้มาวางแผง วางของสีแดง สีเหลืองก็ไม่พอใจ วางหนังสือของสีเหลือง คนเสื้อแดงก็ไม่พอใจ จะวางขายคู่กันก็ไม่ได้  เลยต้องเอาวางไว้ที่ใต้โต๊ะเก็บเงิน ถ้าลูกค้ามาถามจึงจะหยิบมาให้

เจ้าของร้านถึงกับเซ็ง จะขาย นสพ.ของสีไหน ก็ถูกมองว่า เป็นคนสีนั้น

 + + +

คุณวิรัตน์ ขอนแก่น ไปซื้อของที่ตลาด เจอเพื่อนคนหนึ่ง ยืนคุยกันผู้หญิงที่ใส่เสื้อ "7 ต.ค.รำลึก"   มีคนเห็นคุยกันอย่างสนิทสนม คนเสื้อแดงมาเห็น ก็พูดว่า เพื่อนคนนั้น เป็นพวกเสื้อเหลืองเหรอ งั้นไม่ไปซื้อของที่ร้านนั้น เลิกคบกับเพื่อนคนนั้น

ครูโรงเรียนเทศบาลคนนั้น ก็มาซื้อของที่ตลาด เห็นเพื่อนคนนั้น ก็บ่นว่า ที่แท้เป็นคนเสื้อเหลือง นึกว่าเป็นกลาง... อีกสัปดาห์ต่อมา เห็นเพื่อนคนนั้น ยืนคุยกับเจ้าของร้านขายของชำที่ใส่เสื้อแดง ความจริงวันนี้ ครูเทศบาลก็พูดอีกว่า "ไอ้นี่ ย้ายขั้วเป็นพวก นปช.ซะแล้ว  คบไม่ได้ พวกหัวรุนแรง"


"โอ๊ย จะไปยืนคุยกับคนที่ใส่เสื้อของพันธมิตร กับคนที่ใส่เสื้อของ นปช.ไม่ได้เลยรึไง ยืนคุยกันก็ไม่ได้ ไม่ได้คุยเรื่องการเมืองซะหน่อย"  เพื่อนคนนั้น บ่นด้วยความอึดอัด


เวร... ไม่อยากให้คนไทยแบ่งแยกสี แต่ตัวครูเทศบาลคนนั้น กลับแบ่งแยกให้เสร็จสรรพ์



คุณวิรัตน์ ขอนแก่น - ข้อมูล

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

ฉิ่งฝังเพชร รักหมดใจแบบหญิงรักหญิงของปีใหม่ - ป๋าต๊อบ และความรักที่ต้องการคำตอบจากสื่อของเด็ก ม.ปลาย

  ข่าวคราวในแวดวงดาราไทยช่วงปีใหม่ข่าวหนึ่งที่ได้รับความสนใจ คือ ข่าวความรักของ ปีใหม่ สุมนรัตน วัฒนาเศลารัตต์ กับ ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ควรตระกูล ซึ่งทั้งสองคนออกมาเปิดตัวในความรักของทั้งคู่ และมีการจัดพิธีแต่งงานแบบเรียบง่าย ซึ่งพ่อแม่ของทั้งคู่ ก็ให้การยอมรับ  ถึงแม้จะเป็นการแต่งงานของ ผู้หญิง กับผู้หญิง แต่สังคมในตอนนี้ เปิดกว้างในเรื่องนี้มากขึ้น สื่อบันเทิงเสนอข่าวในเชิงชื่นชมยินดี หลายคนอิจฉาในความรักที่หวานซึ้ง ถึงขนาดจูบปากโชว์สื่อให้เห็นกันจะจะมาแล้ว

            ความจริงแล้ว เรื่องความรักของดารา ไม่น่าจะมาเกี่ยวอะไรกับนายบอน แต่เรื่องมันก็มาเกี่ยวจนได้สิ....




        ปีใหม่ สุมนรัตน วัฒนาเศลารัตต เป็นดาราสาวที่พรรคพวกหลายคนของนายบอนแอบปลื้ม ในความน่ารัก สดใสของเธอ เพื่อนบางคนถึงขนาดตัดเก็บรูปถ่ายของปีใหม่ในหนังสือ นิตยสารเก็บไว้อย่างดี เพื่อนบางคนบอกว่า นี่แหละ คือผู้หญิงในสเปค

            แต่พอเห็นข่าว ปีใหม่ แต่งงานกับป๋าต๊อบ บอกว่ารักป๋าต๊อบจนหมดใจ รักมากมาย เพื่อนคนที่ว่า  ถึงกับออกอาการเซ็งสุดขีด  ทำไม ผู้ชายมีตั้งเยอะ ดันไปเลือกป๋าต๊อบ ..ผู้หญิงที่มีบุคลิกเป็นผู้ชาย...

            ..เซ็งจัดถึงขนาด ขนรูป "ปีใหม่" ออกมาโยนทิ้ง
            ...แต่ก็มีเพื่อนอีกคน ตาไว รีบเก็บรูปปีใหม่เอาไว้ ....เสียดาย ที่นายบอนไปเก็บไม่ทัน


            ความรักของทั้งคู่ หวานแหวว จนสื่อมวลชนตั้งฉายาคู่รักนี้ว่า "ฉิ่งฝังเพชร" เพราะป๋าต๊อบ เป็นถึงทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร่ำรวยสุดๆ
           

            เพื่อนอีกคน พยายามจีบสาวที่หมายปอง ลุ้นแล้วลุ้นอีก ไม่สำเร็จซักที แต่พอเห็นข่าว ปีใหม่ เลือกป๋าต๊อบ ถึงขนาดจะไปขอวิชาจีบสาวจากป๋าต๊อบซักกะหน่อย ทำไมถึงกุมหัวใจของปีใหม่ได้


            "ไปหาอ่านบทสัมภาษณ์ของทั้งคู่ดูสิ เค้าเปิดเผยเคล็ดลับอันนึง เพราะป๋าต๊อบเป็นผู้หญิง เลยเข้าใจผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ป๋าต๊อบ เข้าใจผู้หญิง เรียนรู้ผู้หญิง คบผู้หญิงมาหลายคน เอาใจผู้หญิงเก่ง จนชนะใจปีใหม่ได้... เป็นผู้หญิงที่จีบผู้หญิงได้เก่งนะ"

            "เรื่องนึงที่ป๋าต๊อบทำได้ดีกว่าผู้ชายทั่วไป คือ เป็นคนที่ให้ความสำคัญใส่ใจกับความรัก ทั้งเอาใจใส่ ถามไถ่ เทคแครฺ เหมือนการรดน้ำต้นไม้ความรักทุกๆวัน"


            หญิงรักหญิงในยุคนี้ สังคมเปิดกว้างมากขึ้น ทุกอย่างมีแต่ความสดชื่น สดใส หลายคนหวังให้ความรักของน้องปีใหม่และป๋าต๊อบ เป็นความรักที่ยืนยาว อย่าได้เหมือนความรักของดาราคู่อื่นๆ ที่อยู่กันไม่นาน ต้องเลิกรากันไป ขอให้รักและดูแลกันจริงจัง และตลอดไป


            ความรักของป๋าต๊อบกับน้องปีใหม่ น่าจะเป็นเรื่องที่ดี น่าชื่นชม แต่ที่กาฬสินธุ์  เกิดความรักของหญิงรักหญิง ของเด็กที่เรียนชั้นมัธยมปลาย ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ความจริงผู้ใหญ่ก็อยากจะใจกว้าง เปิดโอกาสให้เด็กได้รักกัน ไม่อยากห้ามปราม แต่เด็กกำลังเรียนหนังสือ ขอเงินพ่อแม่ใช้ เด็กหญิงที่มีท่าทางเป็นผู้ชาย เอาเงินพ่อแม่ มาเลี้ยงดู เทคแคร์แฟนสาว สนใจเรียนหนังสือน้อยลง หลายครั้ง พากันโดดเรียนไปเดินห้าง ร้องเพลงคาราโอเกะกันสองคน พอพ่อแม่ ตักเตือน ก็บอกว่า เธอเจอรักแท้แล้ว เหมือนกับปีใหม่และป๋าต๊อบ


            อีกครอบครัว มีลูกสาว 2 คน คนพี่ก็มีแฟนเป็นผู้หญิง คบกันได้ระยะหนึ่ง ก็เลิกรากันไป เมื่อน้องสาวเริ่มมีความรัก ก็รักผู้หญิง พี่สาวก็สนับสนุนเต็มที่ ดูท่าทางแล้ว จะสวีทหวานแหววคล้ายๆกับ ป๋าต๊อบและน้องปีใหม่เหมือนกัน


           พ่อแม่ของครอบครัวลูกสาว 2 คนนี้ ไม่รู้จะตักเตือนลูกสาวยังไง จะคบกันได้ไม่เคยห้าม แต่ตอนนี้อยู่ในวัยเรียน ควรรู้จักหน้าที่ที่ต้องทำ มองไปถึงอนาคตบ้าง เพราะน้องสาวมีแนวโน้มที่จะออกจากบ้านไปพักอยู่ด้วยกัน แล้วก็ยกกรณี ป๋าต๊อบ น้องปีใหม่เป็นตัวอย่างว่า รักแท้ของผู้หญิง ก็มีเหมือนกันนะ

            คนเป็นพ่อแม่ กลุ้มใจ ไปปรับทุกข์ขอคำปรึกษากับหลายคน

           
            ถ้าดูข่าวความรักของปีใหม่ ป๋าต๊อบ หลายคนชื่นชม อิจฉาในความหวาน ความซึ้ง สื่อบันเทิงก็นำเสนอข่าวในแง่มุมที่สดใสนี้เท่านั้น  
            

            แต่เมื่อคืนวันอังคาร รายการเขย่าจอทางช่อง  Superบันเทิง ช่วงลงดาบคดีดารา ก็พูดถึงกรณีฉิ่งฝังเพชร ความรักของ น้องปีใหม่และป๋าต๊อบ โดย อ.สมบัติ วงศ์กำแหง ซึ่งมาให้ความรู้ด้านกฏหมาย ได้ให้ข้อมูลความรู้ที่ดีจริงๆ เพราะได้มองต่อไป เรื่องที่เกิดขึ้น มีผลทางกฏหมายอย่างไร ถ้าต้องการมีลูก ทั้งคู่จะทำยังไงได้บ้าง แล้วมีผลทางกฏหมายอย่างไรบ้าง และถ้าหากหมดความรักต่อกันแล้ว ต้องเลิกรากันไป สิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เช่น ทรัพย์สมบัติ จะต้องแบ่งกันยังไง เพื่อนคนหนึ่ง ฟังแล้วได้ความรู้ดีมากๆ จนต้องรีบโทรบอกให้พ่อแม่ที่กลุ้มใจเรื่องลูกสาว รีบเปิดดูรายการเขย่าจอตอนที่เอามารีรันในวันพุธ (คือ คลิปวิดีโอข้างล่างนี้)





            "ทำไมช่องทีวีทั่วไปถึงไม่พูดในประเด็นเหล่านี้มั่งนะ เอาแต่ขายข่าวความรักหวานแหวว โชว์แต่ภาพแต่งงาน ภาพป๋าต๊อบจูบน้องปีใหม่ คนเป็นพ่อแม่ กลุ้มใจจะแย่ ไม่รู้จะอธิบายกับลูกยังไงที่ลูกเอาดาราเป็นตัวอย่าง เพราะเห็นแต่ความรักที่หวานแหวว ไม่ได้มองถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ผลทางกฏหมายต่างๆ"

            แหม ได้คำตอบจาก รายการเขย่าจอทาง Superบันเทิง อีกแล้ว.....


            หลังจากฟังรายการเขย่าจอแล้ว พ่อแม่ของลูกสาวคนนั้น ดูเหมือนจะอธิบาย เตือนสติลูกสาวได้ดีขึ้น พูดให้ลูกสาวเข้าใจถึงอนาคต ถ้าจะเอาอย่างความรักของป๋าต๊อบ และน้องปีใหม่ ก็ต้องดูถึงความเหมาะสม  ดาราทั้งสองคน ทำให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายยอมรับ จนได้แต่งงานกัน ถ้าลูกสาวรักกันจริง ก็ต้องทำให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายยอมรับด้วย...

Clip video มะหมาตัวน้อยๆ 6 ม.ค.2553




มะหมาตัวน้อยๆลูกของ แม่พันธุ์ไส้กรอก ที่คลอดเมื่อปลายปี 2552 ตอนนี้กำลังวิ่งซุกซนไปทั่วบ้าน


            3 วันก่อน คุณพ่อของนายบอน ยกมะหมาน้อยตัวนี้ ให้เพื่อนไปเลี้ยง เพราะมะหมาที่บ้าน มีหลายตัว แต่เอาหมาน้อยตัวนี้ไปได้แค่วันเดียว  ก็ต้องเอากลับคืนมา เพราะยังไม่หย่านมเลย เลยได้เห็นมาวิ่งซุกซุนอีกครั้ง
            เลยถ่ายคลิปวิดีโอเก็บเอาไว้ วันหนึ่งก็คงได้ไปอยู่ที่บ้านหลังอื่น .....