วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Clip มะหมาน้อย ลูกแม่หมีน้อย 5 ต.ค.2552



    เดือนก่อน มะหมาที่ตั้งชื่อว่า "หมีน้อย"  คลอดลูกออกมา 4 ตัว  "หมีน้อย เลี้ยงลูกไม่เก่ง ลูกหมาเคยตายหมด พอคลอดลูกครอกนี้ ก็ห่วงเหมือนกัน แต่ แม่"หมีน้อย" ก็เลี้ยงลูกทั้ง 4 ตัว โตเป็นมะหมาน้อย น่ารักอย่างที่เห็น







   ช่วงนี้ มะหมาตัวเมีย กำลังเป็นสัด พุดเดิ้ลตัวผู้ กำลังหาทางรุมผสมพันธุ์ เดี๋ยวคงมี มะหมาน้อยออกมาอีก ในเวลาไม่นานนี้

MV เก็บไว้ในความทรงจำ . ๗ ตุลารำลึก ในสายตาคนเสื้อแดงที่เป็นแฟน ASTV

    นอกจากพี่น้องพันธมิตรที่ติดตามดู ASTV แล้ว ยังมีพี่น้องคนเสื้อแดงที่เปิดดู ASTV ด้วย หลายคนดูแล้วตาสว่างขึ้น หลายคนพยายามจะดูว่า ASTV โกหกตรงไหน อย่างที่แกนนำคนเสื้อแดงพูดในช่องของตัวเองอยู่บ่อยๆ และแล้ว ....เสื้อแดงที่เป็นแฟน ASTV ก็จับผิดเรื่องสปอร์ตโฆษณาและมิวสิควิดีโอเพลง 7 ตุลารำลึก จนได้ คุณโอ๋ โคราช ส่งข้อมูลมาให้ดูว่า คนเสื้อแดงว่า ASTV บิดเบือนตรงไหนบ้าง



อ่านมุมมองของคนเสื้อแดงที่อุตส่าห์บอกว่า เป็นแฟน ASTV แล้วคันไม้คันมือ เลยเอามาตอบซะ...


คนเสื้อแดง : ในสปอร์ตโฆษณา 7 ตุลา ทำไมมีรูปวีรชนเสียชีวิตตั้งหลายคน ที่จริง 7 ตุลา ตาย 2 คนไม่ใช่เหรอ นี่มันบิดเบือนข้อมูลกันเห็นๆ


นายบอน : 7 ต.ค.51 มีวีรชนเสียชีวิต 2 คน คือ น้องโบว์กับสารวัตรจ๊าบ มีคนบาดเจ็บ ขาขาด และกรณีอื่นๆรวมแล้วหลายร้อยคน เมื่อจัดงาน 7 ตุลา ก็เลยจัดรำลึกถึงทุกวีรชน พร้อมกันในวันเดียวกันไปเลย ใครจะเสียชีวิจ วันไหน เหตุการณ์ช่วงไหนใน 193 วัน ได้มีการแจ้งข้อมูลในเวบไซต์ ในเอกสารต่างๆไว้แล้ว ค้นหามาดูได้ ไม่เคยบิดเบือนเลย





คนเสื้อแดง : เพลง 7 ตุลา เอาใครมาร้องเนี่ย ตอนเพลง 193 วัน จนนักร้องมาทั้งนั้น นี่เอาใครมาร้องก็ไม่รู้


นายบอน : ไหนว่าเป็นแฟน ASTV วะ แค่นี้ก็ไม่รู้จักนักแสดงในโครงการ the audition ของพี่ตั้ว นอกจากนั้นยังมีพิธีกร, ตัวแทน สรส. และพี่น้องพันธมิตรที่ได้ต่อสู้ร่วมกันมา มาร่วมร้องเพลงนี้ ใครจะร้องก็เพราะทั้งนั้น เพราะร้องออกมาจากหัวใจ


คนเสื้อแดง : ฟังเพลงก็เพราะดี แต่น่าจะให้นักแต่งเพลงมืออาชีพของแกรมมี่ อาร์เอส มาแต่งให้จะดีกว่ามั้ย เพราะน่าจะเพราะโดนใจกว่านี้


นายบอน : เพลงของคนรักชาติ ให้คนรักชาติแต่งจะดีกว่าให้คนที่ใส่เกียร์ว่าง ไม่ต่อสู้ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ในขณะที่ชาติบ้านเมืองกำลังย่ำแย่ ถุกนักการเมืองทุจริต โกงกิน ถ้าให้นักแต่งเพลงมืออาชีพจากแกรมมี่ อาร์เอสมาแต่งเพลงให้ แต่ไม่ได้มาร่วมต่อสู้ ไม่เข้าใจการต่อสู้ ก็คงได้แต่แต่งจากจินตนาการเท่านั้น แต่เพลง 7 ตค. รำลึก คนแต่งก็อยู่ในเหตุการณ์ แต่งออกมาจากจิตวิญญาณและความจริงล้วนๆ


...มุมมองของคนเสื้อแดงข้ออื่นๆ ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน คือ ตั้งข้อสังเกตในสิ่งที่ได้ดู พยายามจับผิด หรือติว่า น่าจะดีกว่านี้


ความจริงแล้ว ควรจะไปจับผิดทีวีช่องคนเสื้อแดงมากกว่า มีให้จับผิดเยอะ ที่นั่นน่ะ บิดเบือนข้อมูลของจริง


---------------------------------------------

เพลง เก็บไว้ในความทรงจำ # 2 (เจ็ดตุลา รำลึก)
คำร้อง-ทำนอง : ศรัณยู วงศ์กระจ่าง
ดนตรี : สมิธ บัณฑิต
เหมือนเพิ่งผ่านวันนั้น...ไม่นาน
เหมือนเมื่อวาน เพิ่งยิ้มให้กัน
เหมือนเพิ่งจับมือเรา กับเขาเหล่านั้น
ไม่นาน ยังจำได้ดี
ภาพวันเก่า...ยังจำฝังใจ
เสียงร้องไห้ ร่ำร้อง เรียกกัน
ทุกเรื่องราวของเขา กับเรา วันนั้น
ไม่มีวัน ลบ เลือน เลย
* ที่มีวันนี้ เพราะเราผ่านวันนั้น
ที่เขาเหล่านั้น ล้มลง
หากในวันนั้น ไม่มี เขาคง
วันนี้จะยืนยง อย่างไร
* * จะร้องเพลงนี้ อย่างนี้ ต่อไป
ให้รับให้รู้กันไว้ อีกนาน
ส่งเสียง กู่ร้อง กึกก้อง กังวาน
นานแสนนาน...
เขาคงอยู่บนฟ้า ไกลไกล
เขาคงได้ยินเสียง ของเรา
สัญญาว่า จะทำอย่างเดียวกับเขา
ที่เราเคยเคียงข้างกัน
ทุกทุกวัน และทุกเวลา
ขอบูชา สิ่งที่เขาทำ
ขอเชิดชู พวกเขา ให้เราตอกย้ำ
ให้จำ ไม่ลืมเลือนเลย
( ซ้ำ * , ** )
หลับก็ยังฝัน ตื่นก็นึกถึง
ติดตราตรึง ในใจ
บอกให้โลกรู้ ว่าลูกหลานไทย
ไม่ยอมให้ใครเอาไทย ไปครอง
ดนตรี
( ซ้ำ ** , * , ** , ** )
นานแสนนาน ..... ไม่ลืมเขา
เจ็ดตุลา ..... อย่าลืมเขา
พี่น้องเรา ..... จดจำเขา



Tag: 7 ตุลารำลึก, มุมมองคนเสื้อแดง
เขียนโดย bonkalasin ที่ 2009-10-05 00:50:53 น. 22 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1, เว็บไซต์ :

นักแต่งเพลงมืออาชีพที่มันว่า
หลายคน (เน้นนะว่า ไม่ใช่ทุกคน)ก็ลอกเขามาอีกที
เสื้อแดงภูมิใจสินะที่ฟังเพลงลอกเขามาทุกเมื่อเชื่อวันเนี่ย


คนวิจารณ์ ใช่ อาชามคนเดิม เกินจนล้นรึเปล่าน่ะ นายบอน
อย่าสนดีกว่า ชีวิตในกะลาเขาก็แค่นั้น
สังเกตจากข้อติติงไม่พัฒนาเล้ยย
ความคิดเห็นวนและวน เดิมๆ ซ้ำซากจริงเชียว วู้


แกนนำสกม. | 05 ตุลาคม 2552 | 03:04:18

ความคิดเห็นที่ 2, เว็บไซต์ :

แต่งออกมาจากหัว หนักหัวไหมม ?

เรารักชาติ คนแต่งรักชาติ อาจจะทำได้ไม่ดี

แต่เจตนาเราดี ไม่ใช่เอาแต่เงินนๆๆ



NaNAHMM ANAMM | 05 ตุลาคม 2552 | 09:18:07

ความคิดเห็นที่ 3, เว็บไซต์ :

อย่าไปสนพวกเบาปัญญาเลยครับ
อยากจะบอก ผมนี่แหละลูกหม้อแกรมมี่สมัย อาเต๋อ ยังคุมดนตรีทั้งหมดในแกรมมี่ สมัยนั้นผมก็เพิ่งหัดทำงานเล่นดนตรีสร้างดนตรีในแกรมมี่ แน่นอน คนรุ่นผมเพื่อนๆผมที่ยังอยู่อาร์เอสแกรมมี่ มีเก่งๆหลายคน และหลายคนเก่งกว่าด้วยซ้ำ แต่จะบอกตรงๆ ให้พวกเพื่อนๆมาทำเพลงนี้ ผมก็ว่า ทำไม่ได้ ดี เท่าผมทำให้หรอกนะ จิตวิญญาณ ในการ เรียบเรียงเสียงแต่หละเสียงโน๊ตแต่หละโน๊ต มันผิดกัน แล้วให้ผม ไปทำเพลงแบบ เกิลรี่เบอรี่ ผมก็ไม่ทำ ทำไม่เป็น แบบ เพื่อนๆผมเหมือนกัน คนหละทางคนหละฟีล

แล้วใครจะมาเขียนเนื้อร้องได้ ชัดเจนตรงไปตรงมา แบบพี่ตั้ว ก็ยังไม่เห็น อาจจะมีในหมู่เราพธม แต่ผมก็ยังไม่เห็น เสื้อแดงมีใคร กี้ อริสมันนะเหรอ บอกคำเดียว สมัยที่พี่กี้(มัน)ดังผมไม่เคยฟังเพลงพี่(มัน)เลย เพราะผมฟังแต่แจ๊ส เพลงแบบ กี้ เค้าเรียก ขยะ ฟังเพื่อ ประโลมโลก เท่านั้น ทางดนตรี ไม่ได้มี อะไรน่าพิสมัย ทู่เรศกว่านี้เยอะ
พูดตรงไปตรงมา ทั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาอะไรทั้งสิ้น ในฐานะ คนทำงานด้านนี้ เท่านั้น

สมิทธิ์ บัณฑิตย์ | 05 ตุลาคม 2552 | 15:14:15

ความคิดเห็นที่ 4, เว็บไซต์ :

คนเสื้อแดง : ฟังเพลงก็เพราะดี แต่น่าจะให้นักแต่งเพลงมืออาชีพของแกรมมี่ อาร์เอส มาแต่งให้จะดีกว่ามั้ย เพราะน่าจะเพราะโดนใจกว่านี้
--------------------------------
แค่นี้ก็โชว์ความโง่ของมันแล้ว นายบอนตอบโต้ประเด็นยืดเยื้อไปหน่อย(แต่ไม่ใช่ไม่ถูกนะ เห็นด้วยเลยล่ะ) อันนี้ตอบโต้ง่ายๆเลย ถามมันกลับไปว่า "ไม่เคยฟังเพลงสมิธ&เชน หรือไงวะ" หรืออย่างพี่ตั้ว เขาก็เป็นศิลปินโดยสายเลือดอยู่แล้ว นอกจากเป็นนักแสดง ผู้กำกับ การแต่งเพลงได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก

สงสัยไอ้บ้านี่คงเคยฟังแต่เพลงของ"ไอ้กี้หอน"อริสมันต์(ที่มันเคยทำหนังสือ บทกวี ที่ไปก็อปของชาวบ้านเขามาทั่ว) วิสา คัญทัพ(เพลงเพื่อชีวิตของguเอง) ไพจิตร อักษรณรงค์(นักร้องลูกทุ่งหมดราคา)

หรือไม่มันก็คงอินกับเพลงของแอ๊ด หางแดง ไอ้เพลง7ตุลาลดธงครึ่งเสา(ลดให้บิดามันเหรอ)

ปล.คิดถึงพี่สมิธนะ ไม่รู้จะจำผมได้มั้ย ผม"ต้อง ทีมสาธิตมัฆวาน" ที่เคยไปแข่งจอเหลืองเดอะเกมส์ เออ แต่พี่ไม่น่าด่าเพลงไอ้กี้ร์มันขนาดนั้นเลย มันกระทบผมเพราะครั้งหนึ่งผมเคยเป็นแฟนเพลงของไอ้กี้ร์

Gu Tongz | 05 ตุลาคม 2552 | 17:58:45

ความคิดเห็นที่ 5, เว็บไซต์ :

ถ้ายังคิดได้แค่นี้ ต้องเพิ่มเวลาดู ASTV ให้มากขึ้นแล้วล่ะ อิอิ

จริงๆ ตอนฟังพวกเสื้อแดง ควรตั้งคำถามย้อนกลับไปบ้างนะ จะได้ตาสว่างขึ้นเยอะ ว่าอะไรที่เรียกว่าบิดเบือน

ขออวยพรให้ตาสว่างเร็ววันนะครับ อิอิ

    | kenjionline | 05 ตุลาคม 2552 | 18:18:52

ความคิดเห็นที่ 6, เว็บไซต์ :

พี่ตั๊วแต่งได้ดีแล้วครับ ไม่มีใครแต่งได้ดีเท่าพี่ตั๊วอีกแล้วครับ

    | chairojt | 05 ตุลาคม 2552 | 23:51:01

ความคิดเห็นที่ 7, เว็บไซต์ :

ไม่ได้เก่งกาจอะไรทางดนตรีเลย แต่ขอบอกว่า แค่ได้ฟังครั้งแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ ยังน้ำตาซึม รู้สึกว่า เพลงนี้ถูกเขียนด้วยหัวใจ ด้วยเลือด ด้วยชีวิต มันสัมผัสได้เกิคำบรรยาย ยิ่งถ้าวันนั้นใครอยู่ ณ จุดเกิดเหตุ คุณคงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อย่างแน่นอน การเสียสละครั้งนั้นเพื่อให้คนรุ่นต่อๆ ไปรู้ไว้ว่า ชีวิตเพื่อราชย์พลีนั้นเป็นเช่นไร

Esther416 | 06 ตุลาคม 2552 | 06:10:00

ความคิดเห็นที่ 8, เว็บไซต์ :

เพลง นี้เพราะ ซาบซึ้งกินใจมาก ฟังครั้งแรกน้ำตาไหลพร่างพรู ฟังทุกครั้งน้ำตาก็ซึมทุกที ถึงแม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็ตาม แต่ติดตามastv ทุกวันตลอดทั้งวันทั้งคืนจนทุกวันนี้ก็ติดตามดูทุกวัน(193 วัน ยกเว้นวันที่ไปร่วมชุมนุม )ขอเป็นพลังกำลังใจให้พี่ตั้ว คุณสมิทธิ์และพธม.ทุกคนตลอดไป

1พธม. | 06 ตุลาคม 2552 | 07:32:11

ความคิดเห็นที่ 9, เว็บไซต์ :

เพลง นี้มันอาจจะไม่ใช่เพลงที่ดีเด่นอะไร แต่เป็นเพลงที่มีคุณค่า มันสัมผัสได้ และจริงใจ ไม่ใช่เพลงที่สักแต่แต่งเอาเพื่อการตลาดมันจับต้องไม่ได้ แต่เพลงที่พี่ตั้วและคุณสมิทธิ์แต่งเนื้อร้องและทำนอง มีจิตวิญญาณของคนแต่งใส่ลงไปด้วย และคนฟังก็รู้สึกได้ ฟังแล้วน้ำตาซึม และก็ขอชื่นชมคู่หู ตั้ว - สมิทธิ์ ที่ทำเพลงดีๆออกมานะคะ ขอบคุณในความเสียสละ และจิตใจอันแน่วแน่ที่ยืนหยัดอยู่กับพ่อแม่พี่น้อง



pad | 06 ตุลาคม 2552 | 09:20:26

ความคิดเห็นที่ 10, เว็บไซต์ :

เปิด ASTV ทางเน็ต..ตลอดเวลาที่อยู่บ้าน..รัก พธม ทุกคน..และสนับสนุนสินค้า ทุกครั้งถ้ามีโอกาสขออย่างเดียว อย่าให้การเมืองใหม่มาทำให้พวกเราแตกแยกในภายภาคหน้าก็แล้วกัน..

พธม HK | 06 ตุลาคม 2552 | 09:28:18

ความคิดเห็นที่ 11, เว็บไซต์ :

วัน ก่อนไปซื้อทัวร์ไปเที่ยวเวียตนาม ตอนไกด์ให้แนะนำตัว มีคนกำแพงเพชร เป็นรองผู้กำกับมันแนะนำตัวแล้วมันก็เสือ กกกก บอกว่าตัวเองสนใจเรื่องการเมือง (ไม่มีใครถามมมม)พร้อมทั้งพูดว่าผมอยู่สีอะไรดูจากเสื้อก็คงรู้...ไอ้ฟายยยย สรุปทริปนี้คุยกะทุกคน ยกเว้นมัน... (สะเห่อพูดว่าลับลวงพลางผมรู้หมด...อืมมมนะ รู้แล้วยังใส่สีนี้...เมริงก็ฟายยยไง)

พธม.ณ ที่แห่งหนึ่ง | 06 ตุลาคม 2552 | 17:25:11

ความคิดเห็นที่ 12, เว็บไซต์ :

อนึ่ง ต้องบอกว่า คราวที่แล้วอธิบายความไปคลุมเครืออยู่บ้าง วงดนตรีใน พธม.เรามีเยอะแยะครับมีความสามารถเยอะอยู่ แต่ เค้าเหล่านั้นก็มีแนวทาง ซาวดิ์ ดนตรีเป็นของแต่หละวง ท่านเหล่านั้น อาจจะแต่งหรือเรียบเรียงเพลงได้ดี มากๆๆ มากกว่าผมด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นในแนวทางของทางวงแต่หละวง
ทั้งนี้ พอมาทำเพลง 193วัน หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพลง 7ตุลานี้ ต้องยกย่อง พี่ตั้วเลยครับ ที่ แต่งเนื้อร้องพร้อมทำนองที่กลั่นกรองออกมาจากใจ ตรงไปตรงมา เป็นกลาง(หมายถึงไม่ใช่แนวใดแนวหนึ่งที่ติดกับภาพของวงใด หรือตัวตนใด อาจจะเรียกว่าเป็นตัวตนพี่ตั้วที่สื่อแทน พ่อแม่พี่น้องทุกๆคน) ผมก็มีหน้าที่ เรียบเรียงดนตรี ให้มันออกมาฟังดูดี ทำให้ดนตรีมันสื่อช่วย ให้ซาบซึ้งมากที่สุดเข้าถึงจิตใจ ทุกๆคนมากที่สุด ดั่งที่ผู้แต่งเนื้อร้อง คือพี่ตั้วเจตนาจะให้เป็นเช่นนั้น อย่างเพลง7ตุลานี้ทางดนตรีเรียบเรียงออกมาแบบที่ได้ฟังกันในท่วงทำนองที่ ออกจะ อาการเศร้า และ เหงาในช่วงแรกๆ แล้วค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นพลังของพ่อแม่พี่น้องในช่วงหลังๆ (อันนี้ก็เป็นเทคนิคเรียบเรียงของแต่หละท่านในการสร้างสรรค์ดนตรีแต่หละชิ้น ที่ร่วมบรรเลง) และ พยายามเลือกตัวร้องที่ มีเวลาให้ ในการทำงานนี้อย่างจำกัด ออกมาได้ จำนวนนึง และ เลือกท่อนที่จะร้องให้พวกท่านเหล่านั้นร้องท่อนนั้นๆได้อย่างดีที่สุด อย่างที่ได้ฟังไปหละครับ ต้องขอบคุณนักร้องทุกท่านในที่นี้ด้วย ปล. จริงๆผมจะแค่ควบคุมการผลิตเรียบเรียงดนตรีและช่วยร้อง ประสานเสียงเท่านั้น แต่เผอิญ วันที่เราบันทึกเสียงร้องคุณแอน
จินดารัตน์ เธอ ติดฝนซึ่งตกลงมาอย่างกระหน่ำ ในกทม. ทำให้ ไม่สามารถ มาบันทึกเสียงร้องที่ปฐมอโศก นครปฐมได้ ผมจึงต้องรับภาระ ร้องแทน ในท่อน ที่คู่กับอาจารย์ปานเทพ ในช่วงแรก ไป ครับ
สุดท้ายนี้ ขอมอบความดีทั้งหมด ในการ ผลิตงานชิ้นนี้ ให้กับพี่ตั้ว และ พี่น้อง พธม ทุกๆท่านไม่ว่าท่านจะได้รับผลกระทบเป็นผู้สูญเสียจากเหตุการณ์7ตุลาหรือไม่ ขออุทิศทั้งหมด ให้ พี่น้องพธม ที่ช่วยกัน สร้าง ประเทศชาติ ให้ น่าอยู่ ทุกๆท่านครับ

สมิทธิ์ บัณฑิตย์ | 06 ตุลาคม 2552 | 18:29:54

ความคิดเห็นที่ 13, เว็บไซต์ :

นี่คือเพลงที่ดีที่สุดทั้งเนื้อร้อง ทำนอง

และเหนือกว่านั้นคือเป็นเพลงที่สะท้อนจิตวิญญาณที่ร้อยรัดของพวกเรา

เพราะมากๆ

เพตรา | 06 ตุลาคม 2552 | 21:39:20

ความคิดเห็นที่ 14, เว็บไซต์ :

คิด ถึงวันเก่า ๆ ที่เราได้สู้กันมา เห็นภาพเหตุการณ์ทีไรน้ำตาไหลทุกครั้งเลย อยากให้คนที่มันสั่งให้ยิงแก๊สน้ำตาที่มีระเบิดผสมอยู่ได้รับผลกรรมอย่างสา สมบ้างจังจะได้ให้มันรับรู้บ้างว่ามันเจ็บปวดขนาดไหนถ้าเป็นครอบครัวมันมัน จะทำอย่างไร ขอให้กรรมตามสนองมันเร็ว ๆ สาธุ พี่น้องพันธมิตรทุกคนจงมีชัยตลอดไป

พันธมิตร | 06 ตุลาคม 2552 | 22:48:22

ความคิดเห็นที่ 15, เว็บไซต์ :

ขอ โทษนะ เพลง 7 ตุลารำลึก แต่งเอง ร้องกันเอง ไม่ต้องจ้างใคร ไม่ต้องไปลอกเอาทำนองเพลงของใครมาใส่เนื้อเพลงใหม่ มันเป็นความสามารถล้วนๆของคนพันธมิตร พันธมิตรทำอะไรด้วยใจไม่ใช่ด้วยเงินเหมือนพวกคุณเสื้อแดง เราทำอะไรไม่หวังผลตอบแทน เพียงหวังน้ำใจจากพี่น้องผุ้จริงใจด้วยกันเท่านั้น สำหรับพวกคุณคงไม่รู้จักคำว่าทำด้วยใจและความจริงใจ เพราะพวกคุณทำอะไรหวังผลตอบแทนไม่จะด้วยเงินหรืออำนาจ เพราะฉะนั้นหากพวกคุณทำไม่ได้อย่างที่พันธมิตรทำก็ไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์

พธม.ตัวจริง | 07 ตุลาคม 2552 | 16:33:02

ความคิดเห็นที่ 16, เว็บไซต์ :

ทำไมไม่ให้โหลดเป็นเสียงรอสายและเสียงเรียกเข้าของค่ายทรูบ้างคะ
อยากได้มากๆ

อ้อ..ไม่ต้องไปสนใจพวกหางแดงมันหรอก
พวกนั้นไม่มีวันจะได้สัมผัสความรู้สึกดีๆแบบพวกเราหรอก
หางแดงมีแต่จะคิดโกงเพื่อนยังไงดี ดูเจ้าของอู่แท๊กซี่หางแดง
ถูกพวกเดียวกันหลอกสิ

แม่ลูก2 | 08 ตุลาคม 2552 | 09:53:08

ความคิดเห็นที่ 17, เว็บไซต์ :

dear nonk Smith
u r a dear lovely young man,very humble,u have done a great job but u've never say anything about yourself..the lyrics without musical instrument that go along in harmony it's just like eating steak with out veggy or nam-prig without pug bunk,makeuyawtord,cha-om tord,and pla-tu to go with so it's impossible wiyhout u but u r too good to be tru.mayGod bless yr humble heart
p'pook silom

sukanya shoopan | 08 ตุลาคม 2552 | 12:51:29

ความคิดเห็นที่ 18, เว็บไซต์ :

ชอบ ทุกเพลง โดยเฉพาะเพลงหลังๆที่ออกมาและมีภาพประกอบ น้ำตาร่วงทุกครั้งเลย ดูและเศร้า มีแต่ความอาลัย และ รักในความเป็นพันธมิตร ...เพิ่มความเกลียดชังให้กับตำรวจ ควบคู่กับภาพ ที่ติดในใจคือ ผบ.ทบ อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยืนอยู่หลังสมชาย แล้ว ยกมือไหว้ สมชาย ที่ ทำร้ายประชาชน เราไม่เคยลืมภาพนี้เลย จำแม้แต่ ที วี ช่อง 8 สร้อยฟ้า ประกาศออกทีวี ว่าคนขาขาดเอาน้ำแดงมาราด ยายคนนี้คุณค่าในตัวตกลงอย่างนึกไม่ถึง...
หวังว่าลูกตัวน้อยๆของคุณที่คลอดออกมาไม่กี่ปี คงจะมีสุขภาพร่างกายครบสมบูรณ์ จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ อย่างปลอดภัยไม่ต้องพบผลกรรมที่แม่ก่อ...

พันธมิตรพิษณุโลก | 08 ตุลาคม 2552 | 18:07:22

ความคิดเห็นที่ 19, เว็บไซต์ :

Thanks a lot from the bottom of my heart, I'm very appreciate that Krub P'Pook Silom

สมิทธิ์ บัณฑิตย์ | 08 ตุลาคม 2552 | 18:42:46

ความคิดเห็นที่ 20, เว็บไซต์ :

เพลงนี้ ได้น้ำตาครับ ถ้าคุณยังมีหัวใจ
เสียใจที่ไม่ได้ร่วมชะตากรรมกับพี่น้อง

คนบาป... | 08 ตุลาคม 2552 | 20:52:03

ความคิดเห็นที่ 21, เว็บไซต์ :

เพลงนี้ ได้น้ำตาครับ ถ้าคุณยังมีหัวใจ
เสียใจที่ไม่ได้ร่วมชะตากรรมกับพี่น้อง

คนบาป... | 08 ตุลาคม 2552 | 20:52:26

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เบื้องหลังตอนจบ หนังสือ ลูกผู้ชายชื่อ "จ๊าบ" ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑

         ๓ ต.ค ๒๕๕๒ เรื่องทำหนังสือ ลูกผู้ชายชื่อ "จ๊าบ" พ.ต.ท. เมธี ชาติมนตรี เมื่อวาน (๒ ตค) พี่น้อย เพ็ญพิมล ใสงาม บอกว่า หนังสือจะเสร็จวันที่ ๘ ต.ค.เพราะทางโรงพิมพ์บอกว่ามีหลายขั้นตอนการผลิต หลังจากที่พี่น้อยโทรต่อรองกับ "ซ้อ" เจ้าของโรงพิมพ์ คิดไปถึงขั้นจะจ้างคนงานโรงพิมพ์นั้นให้มำโอทีในวันอาทิตย์ เพื่อจะให้เสร็จทันขายในงาน ๗ ต.ค. ต้องไม่สูญเปล่า  ตอนที่ผู้จัดงานติดต่อประสานงานมายังพี่น้อย และอยากให้พี่น้อยนำหนังสือประวัติชีวิตของสารวัตรจ๊าบมาจำหน่ายในงาน ถึงกับเตรียมสถานที่ไว้ให้ขาย 2 จุด คือ ที่ลานพระรูปและที่หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ยิ่งจะต้องให้หนังสือเสร็จทัน 7 ต.ค.



        เกือบ 11.00 น. พี่น้อยบอกว่า ซ้อโทรมา "หนังสือจะเสร็จทัน 7 ต.ค.แน่นอน เร่งให้แล้วนะ" น้ำเสียงพี่น้อยดีใจสุดๆ ถ้าพิมพ์หนังสือออกมาได้วางขายในงาน 7 ต.ค. พี่น้องที่มาร่วมงานจะได้ซื้อติดไม้ติดมือได้สะดวก และได้ร่วมรำลึกถึงวีรชนไปด้วย ..จะมีสักกี่คนที่จะมีโอกาสได้รู้จัก สารวัตรจ๊าบ อย่างละเอียด ลึกซึ้งมากถึงเพียงนี้ คงต้องอ่านจากหนังสือ ลูกผู้ชายชื่อ "จ๊าบ" แล้วล่ะ พี่น้อยตั้งราคาขายเล่ม 100 บาท พ็อตเกตบุคส์หนา 175 หน้า รายได้จากการจัดจำหน่าย ช่วยเหลือสถานีวิทยุชุมชน เมธีเรดิโอ 94.50 MhZ  จ.บุรีรัมย์


เมื่อหนังสือเสร็จ ก็ต้องมานั่งคิดต่ออีก จะบริหารจัดการยังไง 7 ต.ค.2552 พี่น้อยคงจะยุ่งทั้งวัน ทั้งการร่วมพิธีไว้อาลัยในฐานะ ญาติวีรชน เลยบอกให้คุณวนิดา น้องสาวของพี่น้อย ขึ้นมาจากภาคใต้ มาเป็นผู้ประสานงานคอยรับหนังสือ ดูแลทีมงานของพี่น้อย ขายหนังสือ  พี่น้อยคิดการณ์ไกล ให้ทีมงานมาช่วยขายหนังสือ จะได้มีรายได้ด้วย สร้างงานสร้างอาชีพเสริมไปในตัว



เรื่องของไฟล์ข้อมูลหนังสือ ที่ส่งไปให้โรงพิมพ์เมื่อวาน เจ้าหน้าที่โรงพิมพ์โทรมาบอกช่วงสาย หลังจากตรวจสอบแต่ละหน้า พบว่า หน้า 73 ตัวหนังสือกระจายเต็มบรรทัด ดูไม่สวย, เลขหน้าตั้งแต่หน้า 100 ที่ใส่โลโก้รูปสารวัตรจ๊าบ + ชื่อหนังสือติดกับเลขหน้า  โดยทำกล่องข้อความใส่ใน MS word กล่องข้อความไปบังเลขหน้า ตรงหลักร้อยนิดหน่อย , และชื่อหัวข้อเรื่องทีทำแบคกราวเป็นรูปลายพื้นอิฐ ในบางหัวข้อ ลายพื้นอิฐไม่คลุหัวข้อทั้งหมด  ดูไม่เป็นรูปแบบเหมือนกันทั้งเล่ม นี่คือ ข้อบกพร่องที่พบในการทำไฟล์ข้อมูลหนังสือในแบบรีบเร่งแข่งกับเวลา เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ เลยตัดสินใจส่งไฟล์ word เฉพาะหน้า 73 ไปให้ทีมงานโรงพิมพ์ แก้ไขให้เรียบร้อย แล้วรีบพิมพ์เนื้อหาออกมาทำให้ทัน 7 ต.ค.นะครับ


ส่วนข้อบกพร่องที่พบ จะได้แก้ไขในการพิมพ์ครั้งต่อไป



เรื่องปกหนังสือ ก็แก้ปัญหาตามที่ตั้งใจไว้ ออกแบบปกหน้า-หลังไป 1 แบบ save เป็นไฟล์ pdf ไม่รู้วว่าความละเอียดจะได้ไหม เลยตัดสินใจแนบไฟล์รูปภาพต้นฉบับอีก 10 รูปไปด้วย บอกไปว่า ถ้าปกที่ทำมา ความละเอียดที่จะพิมพ์ออกมา ใช้ไม่ได้ ภาพแตกอีก รบกวนช่วยเลือกรูปภาพที่แนบมา ทำปกหนังสือให้ด้วย เพื่อให้พิมพ์ออกมาได้ เป็นปกสี ทันจำหน่าย 7 ตค.นี้ละกันครับ



แต่ที่ทีมงานของโรงพิมพ์ graphico system ติดต่อมา เค้าก็พยายามช่วยแก้ปัญหาให้ทางเราอย่างเต็มที่ ลุ้นกันทั้ง 2 ฝ่ายเลย



หนังสือ ลูกผู้ชายชื่อ "จ๊าบ" พี่น้อย จัดพิมพ์ในนาม "สำนักพิมพ์เมธี" ทีแรกจะตั้งชื่อว่า สำนักพิมพ์สารวัตรจ๊าบ ด้วยซ้ำไป นี่เป็นอีกหนึ่งความฝันของสารวัตรจ๊าบและพี่น้อย ที่อยากจะเปิดโรงพิมพ์เล็กๆขึ้นมา



 แม้จะส่งไฟล์ข้อมูลไปให้โรงพิมพ์แล้ว แต่พี่น้อยยังคงปิ๊งไอเดียขึ้นมาอีก อยากจะใสรูปถ่ายเพิ่มเข้าไปอีก ทั้งรูปของชาวพันธมิตรบุรีรัมย์ที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมาจนเห็นน้ำใจ หัวใจ ความจริงใจระหว่างกัน ซึ่งมีรูปถ่ายอีกเยอะ  ดูท่าทางการพิมพ์ในครั้งต่อๆไป พี่น้อยคงจะเพิ่มเนื้อหาเข้าไปอีก แถมรูปอีกหลายรูป หนังสือของสารวัตรจ๊าบคงจะมีจำนวนหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในการพิมพ์ครั้งต่อไป




ความจริงแล้ว พี่น้อยก็เป็นหนอนหนังสือ ชอบอ่านหนังสือเยอะเหมือนกัน พี่น้อยชอบอ่านหนังสือแนว "มาลา คำจันทร์" และอยากจะเขียนหนังสือเล่าวิถีชีวิตของตัวเองในแบบชาวบ้านๆชนบทออกมาสักเล่ม แหม ท่าจะสนุกอีกแล้ว เพราะขนาดเรื่องของสารวัตรจ๊าบ ยังมีเรื่องเล่าให้ฟังอีกมากมายอย่างไม่รู้จบ นึกอะไรได้ก็มาเล่าให้ฟัง จนพี่น้อยรีบบอกว่า "อย่าพึ่งเบื่อพี่นะ" นายบอนได้แต่อมยิ้ม อยากจะบอกว่า "มีอีกมั้ยครับ" อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าให้เวลาเยอะๆเต็มที่ พี่น้อยจะเล่าได้มากขนาดไหน จะเป็นหนังสือหนาๆ 300 หน้า 400 หรือ 500 หน้ารึเปล่า



 แต่เรื่องหนึ่งที่ต้องขอคารวะในจิตใจของพี่น้อย นั่นคือ ความพยายามขวนขวายทำสิ่งที่ตั้งใจออกมาให้ได้ แม้จะยากลำบาก มีอุปสรรคมากแค่ไหนก็ตาม ถ้ามีความมุ่งมั่นซะอย่าง จุดหมายก็ไม่ไกลเกินเอื้อม เมื่อได้ตามเป้าแล้ว จะคิดต่อยอด มองไปข้างหน้าต่อไป



หลังจาก 7 ต.ค.52 ต้องไม่สูญเปล่า พี่น้อยคิดจะเผยแพร่หนังสือทางร้านค้าพันธมิตรและช่องทางต่างๆที่มี รายได้เพื่อหาทุนมาสนับสนุนสถานีวิทยุเมธีเรดิโอ ที่ยังมีหนี้สินอยู่หลักหมื่นบาท แถมยังมีคู่แข่ง คือ นักการเมืองใหญ่ ของบุรีรัมย์ ซื้อคลื่นวิทยุย่านความถี่ใกล้กัน ออกอากาศรบกวนคลื่นเมธีเรดิโอของพันธมิตร จึงต้องหาทางพึ่งตัวเองให้ได้



ถ้ามีคนอยากได้หนังสือ โดยการสั่งทางไปรษณีย์ล่ะ เลยต้องออกแบบใบจองหนังสือ "ลูกผู้ชายชื่อ จ๊าบ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี" ให้พี่น้อย ที่นายบอนจะเดินทางกลับบ้านไปออกพรรษา เป็นไฟล์ pdf สามารถดาวน์โหลด แล้วพิมพ์ออกมา  ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สั่งจองหนังสือจากพี่น้อยได้แล้วนะครับ

 ใบสั่งจองหนังสือสารวัตรจ๊าบ.pdf
231K ViewDownload

กว่าจะได้ปิดเล่ม ลูกผู้ชายชื่อ "จ๊าบ" เมื่อ ๒ ตค.๕๒ ประสบการณ์ทำหนังสือแบบคน พธม

       หลังจากใช้เวลามาหลายคืน ในที่สุด ก็สามารถปิดเล่ม พ็อตเกตบุคส์ ลูกผู้ชายชื่อ "จ๊าบ" ลงได้ เมื่อ ๑๐.๐๐ น. วันนี้ (๒ ต.ค.๒๕๕๒) เป็นหนังสือที่ใช้เวลาทำครบ ๑ สัปดาห์พอดี



       เนื้อหาในหนังสือ เสร็จเมื่อ ๑ ต.ค. แต่พี่น้อย เพ็ญพิมล ใสงาม ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับสารวัตรจ๊าบอีกมากมาย  พอนึกอะไรขึ้นมาได้ก็จะพูดให้ฟังและบอกให้ใส่ลงไปในหนังสือด้วย หนังสือเลยไม่เสร็จเสียที แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด จึงจำเป็นที่จะต้อง "เสร็จ" ซะที



       พี่น้อย มีรูปถ่ายของสารวัตรจ๊าบเยอะมากๆ แค่การเลือกรูป ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง เลือกรูปไป พี่น้อยจะนั่งรำลึกความหลังเก่าๆไปด้วย เปิด ASTV ฟังไปด้วย พอดีมีมิวสิควิดีโอ เก็บไว้ในความทรงจำ #๒  กับ ๗ ตุลารำลึก พอเห็นภาพของสารวัตรจ๊าบโผล่มาในมิวสิควิดีโอ พี่น้อยเห็นครั้งแรก น้ำตาไหลทันที แล้วรีบโทรบอกให้หลายคน เปิด ASTV ไว้ รอดูมิวสิควิดีโอเพลงนี้ และในตอนท้าย มีภาพและเสียงของน้องจ๊ะจ๋า ลูกสาวสารวัตรจ๊าบ พูดถึงคุณพ่อของเธอด้วย




      ปัญหาอืกอย่างคือ การแปลงไฟล์ เพราะโรงพิมพ์ที่พี่น้อย โทรติดต่อไว้ อยากให้แปลงไฟล์จาก Ms word เป็นไฟล์ Acrobat - PDF ในคอมพิวเตอร์ Notebook ของพี่น้อยไม่มีโปรแกรมแปลงไฟล์ ต้องไปหาโปรแกรมกันวุ่นวาย search จาก google ลองดาวน์โหลดบางโปรแกรมมาใช้ แหม ใช้ไม่ได้เลย เพราะมีข้อจำกัดที่เป็นโปรแกรมให้ทดลองใช้ แปลงไฟล์ได้แค่ไม่กี่หน้า ในขณะที่เนื้อหาในหนังสือ ปาเข้าไปกว่า ๑๒๐ หน้า (ยังไม่แทรกรูปภาพ) หลังจากหาโปรแกรมเอามาติดตั้งในเครื่อง ไม่สำเร็จเสียที คุณนิดเลยบอกว่าพรุ่งนี้ จะมา save ไฟล์เอาไปแปลงให้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเธอ ซึ่งมีโปรแกรมแปลง word เป็น pdf



      ถึงช่วงเย็น นั่งพิมพ์เนื้อหาต่อไป เริ่มเอารูปแทรก ทำๆไปชักมึน เพราะรูปเยอะ ไม่รู้จะเอารูปไหนใส่เนื้อหาเรื่องไหน เพราะแบ่งเขียนเนื้อหา ออกเป็น ๔๕ ตอนย่อยๆ เลย print สารบัญที่ทำไว้ เอามาให้พี่น้อย เลือกรูปภาพ อยากให้เอารูปไหนใส่เนื้อหาเรื่องไหน  เลือกเลยนะครับ  พี่น้อบก็นั่งเลือกรูปภาพร่วม ๒ ชั่วโมง เขียนใส่กระดาษ เลือกไว้เยอะพอสมควร  ช่วงเย็น คุณนิดแวะมาอีกครั้ง เพราะนายบอนฝากซื้อที่โกนหนวด มัวแต่ทำหนังสือให้พี่น้อย หนวดเคราไม่ได้โกนเลย พอคุณนิดแวะมาหลังฝนซา ก็เข้ามาช่วยดู แนะนำการใช้  ACDsee9 ในการแทรกรูปลงไป เพื่อจะได้รวดเร็วขึ้น



      หลังข้าวเย็น ที่พี่น้อยซื้อข้าวมันไก่มา ๔ ห่อ ก็เริ่มแทรกรูป น้องจ๊ะจ๋า กับน้องจันทร์จ้า ก็เข้ามาเล่นด้วย นั่งแทรกรูปไปพลาง เล่นกับลูกสาวสารวัตรจ๊าบไปพลางๆ สักพัก พี่น้อยก็พาลูกขึ้นไปดูทีวีชั้นบน  "อย่าไปกวนอาบอน  เค้าจะรีบทำงาน"  พอลูกสาวสารวัตรจ๊าบขึ้นไปชั้นบน ก็ออกแบบปกหนังสือ แล้วจัดการนั่งแทรกรูป จัดหน้า อย่างเมามัน จาก ๒ ทุ่ม เรื่อยไป น้องจ๊ะจ๋า กับน้องจันทร์เจ้าก็ลงมาเล่นชั้นล่าง ดูทีวีที่ชั้นล่างอีกครั้ง บางทีก็เข้ามาหยอกเล่นๆ จนเกือบ ๔ ทุ่มพี่น้อยก็ลงมาเขียนเรื่องของสารวัตรจ๊าบ อีก ๑เรื่องที่พึ่งนึกขึ้นมาได้ในเวลานั้น   แล้วก็มาตามลูกสาวขึ้นนอน  เลยนั่งทำงานต่อ



      ๖ ทุ่ม พี่นัทก็โทรมาคุยด้วย ก็นั่งแทรกรูปไป คุยโทรศัพท์กับพี่นัทไป ยาวถึงตี ๑  พี่นัทวางสาย เลยนั่งแทรกรูปต่อ จนเสร็จตอน ตี ๒ ครึ่ง เลยเข้าห้องนอน ไหว้โกฎิใส่อัฐิสารวัตรจ๊าบ ที่หน้าประตูห้องก่อนนอน



      ตื่น  ๖ โมงครึ่ง มานั่งจัดหน้า สรุปแล้วได้ ๑๗๓ หน้า  แทรกรูปเพียบ ขนาดไฟล์ปาเข้าไปถึง 60MB คุณนิดแวะมาตอน ๒ โมงครึ่ง มาเอาไฟล์ MS Word ไปแปลงเป็น PDF เจอพี่น้อยก็คุยเรื่องหนังสือกับพี่น้อย  และเรื่องต่างๆอีกหลายเรื่องแบบกันเอง






 แล้วพี่น้อยก็นึกได้อีก ๑ เรื่อง เลยต้องรีบพิมพ์ใส่ในเนื้อหาอีก ๑ เรื่อง



      เท่าที่ติดตามฟังเรื่องราวของสารวัตรจ๊าบ ฟังจากปากคำของพี่น้อยแล้ว อิจฉาในความรักของคนทั้งคู่ แม้ว่าจะมีทั้งแง่มุมที่ดี และไม่ดีก็ตาม เพราะสารวัตรจ๊าบ ก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีทั้งส่วนที่ดีและด้อย  แต่ในหนังสือ จะเลือกเล่าเฉพาะแง่มุมที่น่าประทับใจ ฟังจากที่พี่น้อยเล่า ดูสีหน้าแววตาแล้ว นายบอนต้องเพิ่มเนื้อหา เรื่องความรักความผูกพันเข้าไปด้วย



       พี่น้อยโทรศัพท์หา "ซ้อ" เจ้าของโรงพิมพ์ที่ติดต่อไว้ บอกว่า จะพิมพ์ ๓,๐๐๐ เล่ม จำนวน ๑๗๓ หน้า แต่ซ้อบอกว่า คงต้องมีหน้าว่าง เป็น ๑๗๖ หน้า เพราะตัดกระดาษได้ ๑๑ ยก พอดี แต่คงทำหนังสือ ๓,๐๐๐ เล่มไม่เสร็จทัน ๖-๗ ต.ค. นะเพราะกระบวนการทำหนังสือมีหลายขั้นตอน เมื่อทำหนังสือออกมาทั้งที ก็อยากทำให้ดีๆ ไม่อยากเสียชื่อ...



       พอพี่น้อยรู้ว่า หนังสือทั้งหมดอาจจะเสร็จไม่ทัน  เลยสอบถามราคาต้นทุนพิมพ์หนังสือ ๓,๐๐๐ เล่ม คิดราคามิตรภาพ เล่มละ ๒๘ บาท ถ้า จะพิมพ์ ๕,๐๐๐ บาท ซ้อจะคิด เล่มละ ๒๓ บาท
พี่น้อยเลยต่อรอง ถัาวันที่ ๖-๗ ต.ค. พิมพ์ออกมาซัก ๕๐๐ หรือ ๑,๐๐๐เล่มก่อนจะได้มั้ย ซ้อบอก ต้องแล้วแต่ฝ่ายผลิต เค้าอาจจะเร่งทำให้ทันก็ได้



      คุณนิดกลับมาตอนเกือบ ๑๑.๐๐ น. เอาไฟล์ที่แปลงเป็นpdf มาให้ นายบอนรีบส่งเมล์ แนบไฟล์ไปให้คุณธเนศ เจ้าของโรงพิมพ์แห่งนั้นทันที เพราะเมื่อวานเค้าก็โทรมาทวงแล้วว่า จะส่งไฟล์ให้ตอนไหน



     หนังสือ ลูกผู้ชายชื่อ จ๊าบ สำหรับ ๗ ต.ค. เสร็จแล้ว มีเนื้อหาที่ยังไม่เคยเผยแพร่ในสื่ออื่นๆถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์



      หนังสือเสร็จแล้ว นั่งพิมพ์บันทึกนี้ข้างๆโต๊ะทำงานพี่น้อย แล้วพี่น้อยก็ยังนึกขึ้นได้อีกว่า พี่จ๊าบชอบอาหาร อ่อมเขียด และอาหารอีสานหลายอย่าง คงได้เติมเนื้อหาในการพิมพ์ครั้งต่อไป



          พอตอนเที่ยง ทางสำนักพิมพ์โทรมาบอกว่าไฟล์ที่ส่งไป ยังใช้ไม่ได้ ไฟล์ pdf ควรแปลงไฟล์ให้มีขนาดเท่ากับที่จะพิมพ์ คือ A5 ขนาด พ็อคเกตบุคส์ เลยต้องหาตัวโปรแกรมแปลงไฟลมาลง
แล้วยังเกิดปัญหาอีกหลายอย่าง ส่งไฟล์ไปแล้วใช้ไม่ได้ ฯลฯ อยากให้ตั้งค่าเป็น High Quality สำหรับเนื้อหาหนังสือที่แปลงจาก word เป็น pdf  โชคดีที่คุณนิดเอาโปรแกรม Adobe Acrobat 6.0 standard มาลงโปรแกรมให้ ทั้งๆที่คุณนิดก็กำลังยุ่งๆคอยดูแลช่างที่มาติดตั้งอินเทอร์เนตให้ที่บ้าน ของเธอ กว่าจะแปลงไฟล์เป็น High quality ได้ Ms word ก็ขึ้นกล่องข้อความเตือนเรื่องการใช้ แมคโครของโปรแกรม ระวังจะมีไวรัส แล้วโปรแกรมจะรายงานข้อผิดพลาด และทำการกู้ไฟล์อยู่บ่อยๆ  คงเพราะไฟล์หนังสือ แทรกรูปเพียบตามที่พี่น้อยต้องการ




          จัดการแปลงไฟล์ แบ่งเป็นช่วงๆ  ไฟล์ละ 20 หน้า แล้วแนบไฟล์ส่งไปทางอีเมล์ ไฟล์ละประมาณ 10-20 Mbs มีอยู่ 8 ไฟล์  ใช้เวลานั่งส่งไฟล์นานถึงชั่วโมงกว่าๆจนหมด นึกว่าจะเสร็จแล้ว พอ4 โมงเย็น ทางโรงพิมพ์โทรมาว่า เปิดไฟล์ได้แค่ 2ไฟล์ คือ ไฟล์คำนำ-สารบัญ และไฟล์หน้า 61-80 แค่นั้น นอกนั้นเปิดไมได้เลย นั่งโหลดกันตั้งครึ่งชั่วโมง




      นายบอนถึงกับอึ้ง นึกว่าเสร็จแล้ว ยังไม่เสร็จซะงั้น
แล้วทางโรงพิมพ์ก็บอกว่า เรื่องปกหนังสือที่ออกแบบ ไฟล์รูปภาพใช้ไมได้เลย ความละเอียดต่ำมาก ถ้าพิมพ์แล้ว ภาพจะแตก ไม่สวยงามเลย




        เวลาก็กระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ แต่ไฟล์งานที่ส่งไปกลับเปิดไม่ได้  เลยโทรปรึกษาคุณนิด ได้รับคำแนะนำว่าให้แปลงไฟล์ แบ่งช่วงใหม่ ให้ไฟล์เล็กลง เลยมานั่งแปลงไฟล์ใหม่ ทีละ 10 หน้า แล้วกำหนดให้แปลงไฟล์เป็นสีขาว-ดำ  ขนาดไฟล์ลดลงไปเยอะ   ตอนค่ำ คุณนิดแวะมาที่บ้านพี่น้อย มาช่วยเอาไฟล์ข้อมูลที่แปลงเป็น pdf รอบใหม่ จะไปส่งเมล์ให้ นายบอนเลยเขียนเมล์ save เป็น txt แนบไปให้ด้วย จะได้สะดวก เปิดเมล์ขึ้นมา ทำการแนบไฟล์ และ copy ที่อยู่อีเมล์ และข้อความ ส่งไปได้เลย




       พี่น้อย ก็มีไอเดียใหม่ๆ เกิดขึ้นได้เรื่อยๆ ทาง ASTV ติดต่อกลับมา เรื่องให้พี่น้อย เขียนคำไว้อาลัยวีรชน เพื่อไปอ่านในงาน 7 ตุลา ต้องไม่สูญเปล่า เป็นเวลา 3 นาที ทั้งวันโทรคุยกับหลายคน แล้วก็นึกได้ว่า น่าจะเพิ่มรูปเข้าไปอีก เพราะตอนที่โทรติดต่อกับซ้อ เจ้าของโรงพิมพ์ บอกว่า 173 หน้าที่ส่งไปพิมพ์ ต้องใช้กระดาษ 11 ยก (ยกละ 16 หน้า) จะเหลือหน้าว่างๆอีก 3 หน้า  พี่น้อยเลยให้ใส่รูปภาพเพิ่มเข้าไปต่อท้าย ตอน 1 ทุ่ม ก็มานั่งเลือกรูปภาพให้ใส่เข้าไปอีก คุณนิดเลยเอารูปภาพไปสแกนที่บ้าน แล้วจัดการแทรกรูปภาพอีก 2 หน้า ทำการแปลงไฟล์เป็น pdf แล้วส่งเมล์ตามไปทันที



         พี่น้อยก็พาน้องจันทร์เจ้าและพันธมิตรอีก 2-3 คน ขับรถไปที่ประโคนชัย เพื่อไปให้กำลังใจและเยี่ยมเยือน สุชาติ ศรีสังข์ ที่ชาว พธม. เรียกเขาว่า "ซัดดัม"  ที่ร่วมต่อสู้มากับ พธม.และสารวัตรจ๊าบ
แม้ตอนนี้จะอยู่กับพรรคภูมิใจไทย  พี่น้อยบอกว่า  "แตกต่างแต่ไม่แตกแยก" เลยจะไปให้กำลังใจในฐานะคนคุ้นเคยกัน เลยออกไปตอน 1 ทุ่มเศษๆ ทีแรกพี่น้อยจะให้นายบอนไปด้วย แต่นายบอนไม่ไหวแล้ว เหนื่อย เครียด อยากไปเลยไม่ได้ไป ขอพักก่อนดีกว่า



           แล้วนั่งเลือกรูปมาทำปกหนังสือฉบับแก้ไข แต่ปัญหาคือ รูปภาพที่มีอยู่นั้น resolution ความละเอียดของภาพ ไม่ถึง 300 อย่างที่โรงพิมพ์องการ จะออกแบบปกยังไง ก็ใช้ไม่ได้ ตอนดึกๆ คุณนิดเลยให้คำแนะนำมาทางโทรศัพท์ว่า ให้ใช้วิธีของเฮียหนำจิ้น สิ เวลาท่านสั่งพิมพ์หนังสือ ก็จะทำไฟล์เนื้อหาเสร็จ ส่วนหน้าปก เฮียหนำจิ้นจะส่งไฟล์รูปภาพ แล้วเขียนระบุไปว่า อยากให้จัดหน้าปกแบบไหนยังไง ใช้ฟอนต์เท่าไหร่ จัดรูปภาพแบบไหน ทางโรงพิมพ์เค้ามีโปรแกรมคอมพิวเตอร์พวกนี้อยู่แล้วล่ะ



         ไม่รูว่าจะทันหรือเปล่า แต่พี่น้อยบอกว่า ทางผู้จัดงาน 7 ตุลา ต้องไม่สูญเปล่า บอกว่า เตรียมโต๊ะไว้ให้พี่น้อยวางขายหนังสือประวัติสารวัตรจ๊าบไว้ 2 โต๊ะ อยากให้ขาย อยากให้เผยแพร่เรื่องราวของวีรชนในวันนั้น



         หลังจากงาน 7 ตุลา ต้องไม่สูญเปล่าแล้ว พี่น้อยจะฝากหนังสือไปขายตามร้านพันธมิตร เพื่อให้พี่น้อง พธม.ได้อ่านประสบการณ์ในการทำงาน เกร็ดชีวิต วิธีคิดของสารวัตรจ๊าบ นำมาเป็นบทเรียนชีวิต ข้อคิดกับทุกคนๆได้ด้วย



.... แล้วจะเพิ่มเติม ปรับปรุงเนื้อหาเข้าไปอีก !!!!!








เรื่องที่อยากให้อ่านในเล่ม

-> ความรักความผูกพันระหว่างสารวัตรจ๊าบกับลูกๆ     
-> ๑๕ เรื่องน่ารัก-น่าประทับใจของสารวัตรจ๊าบ    
-> บันทึกถึงสารวัตรจ๊าบ ในงาน ๗ ตุลา ต้องไม่สูญเปล่า   
-> คำไว้อาลัย ในงาน ๗ ตุลา ต้องไม่สูญเปล่า โดย เพ็ญพิมล ใสงาม 
-> เรื่องเหลือเชื่อในงานพระราชทานเพลิงศพ
-> ทฤษฏีจอมแห

และอีก ๔๐ เรื่องที่น่าอ่าน




    รายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ พี่น้อย ตั้งใจที่จะนำมาพัฒนาสถานีวิทยุชุมชน เมธีเรดิโอ จ.บุรีรัมย์
ถิ่น หัวโจ๊กคนเสื้อสีน้ำเงินเพราะในปัจจุบัน อำนาจเงินของนักการเมืองคนนั้น ซื้อคลื่นวิทยุหลายคลื่น เพื่อรบกวน การส่งสัญญาณจากเมธีเรดิโอ